8 March 2010การทำต้นแบบเครื่องประดับที่เข้าใจง่ายๆ by iNattt

สมัยที่ยังฝึกงานที่โรงงานของ Beauty Gems ได้วิชาติดตัวมามากมาย

1 การทำต้นแบบเครื่องประดับ

เป็นกระบวนการหนึ่งวิธีของการทำเครื่องประดับ ที่ทำให้กระบวนการผลิตเครื่องประดับอัญมณีมีความสะดวกและรวดเร็วมากขึ้นจะใช้ในกรณีที่เครื่องประดับชิ้นนั้น จะต้องผลิตให้เป็นจำนวนมากและเป็นเครื่องประดับที่มีรูปทรงเหมือนกันการทำต้นแบบเทียนจะช่วยลดต้นทุนในการผลิตลงได้มาก เทียนที่ใช้ในการทำต้นแบบมีหลายชนิด แต่ละชนิดมีคุณสมบัติแตกต่างกันไป ที่นิยมใช้กันในปัจจุบันคือ ชนิดที่มีเนื้อเทียนสีเขียว ซึ่งเป็นเทียนที่มีเนื้อแข็งเปราะแต่สามารถขัดด้วยกระดาษทรายและตะไบได้ง่าย เป็นที่นิยมในการนำมาทำต้นแบบมากกว่าสีอื่น ส่วนเทียนอีกชนิดที่มีนำมาใช้ในงานทำต้นแบบเทียนคือ เทียนสีน้ำเงินเนื้อเทียนจะเหนียว จะขัดด้วยกระดาษทรายและตะไบได้ยาก เหมาะสำหรับทำต้นแบบที่บอบบาง รูปทรงของเทียนที่นำมาใช้ในงานจะมีหลายรูปทรง เช่น รูปทรงที่เป็นหลอดกลมมีรูกลวงตรงกลาง รูปทรงที่เป็นแท่งมีพื้นที่หน้าตัดเป็นรูปตัวยู มีรูกลวงเป็นรูปวงกลมตรงกลางและรูปทรงที่เป็นแท่งสี่เหลี่ยมหนา ซึ่งรูปทรงแต่ละรูปทรงก็จะเหมาะกับงานแต่ละลักษณะ

ในอดีตการทำเครื่องประดับแต่ละชิ้นใช้วิธีการขึ้นฝีมือ ซึ่งจะได้งานทีละชิ้นและใช้เวลาในการผลิตยาวนาน หากมีความต้องการที่จะได้เครื่องประดับในลักษณะเดียวกัน ก็จะต้องขึ้นฝีมือใหม่อีกครั้งบางครั้งคุณภาพของงานที่ได้อาจจะไม่เหมือนกับชิ้นงานเดิม ต่อมาจึงได้มีการคิดค้นวิธีในการทำต้นแบบขึ้นเพื่อที่จะลดเวลาในการผลิตและได้งานที่มีคุณภาพเหมือนกันในปริมาณงานที่มากขึ้น การทำต้นแบบเป็นการสร้างแบบที่ต้องการเพียง 1 ชิ้น โดยใช้วัสดุที่เหมาะสมกับงานมาทำต้นแบบ เพื่อที่จะนำไปทำแม่พิมพ์ต่อไปและแม่พิมพ์นี้สามารถเก็บไว้ได้ เมื่อเวลาที่ต้องการงานในลักษณะเดียวกัน ก็สามารถนำแม่พิมพ์นั้นไปผลิตเป็นชิ้นงานได้ทันที จึงถือว่าการทำต้นแบบเป็นการช่วยประหยัดเวลา และลดต้นทุนในการผลิตได้มาก

การทำต้นแบบงานเครื่องประดับ

การทำต้นแบบวิธีต่าง ๆ

การทำต้นแบบโดยทั่วไปมี 2 วิธีดังนี้

1. การทำต้นแบบเทียน

2. การทำต้นแบบด้วยโลหะ

เกณฑ์การพิจารณาตัดสินใจการทำต้นแบบเครื่องประดับ

มีเกณฑ์ในการพิจารณาเครื่องประดับ 3 ข้อคือ

1. รูปทรงและลักษณะความซับซ้อนของแบบ

2. เวลา

3. ต้นทุนในการผลิต

ฉะนั้นการทำต้นแบบเครื่องประดับ ผู้ทำงานควรพิจารณาว่าจะทำด้วยต้นแบบเทียนหรือต้นแบบโลหะ โดยมีเกณฑ์ในการพิจารณาที่เหมาะสม เช่น ต้องทำต้นแบบให้เหมาะกับรูปแบบของเครื่องประดับหรือขั้นตอนการทำต้นแบบแต่ละชนิด

ต้นแบบเทียน (Wax)

การทำต้นแบบด้วยเทียนในปัจจุบันกำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในวงการอุตสาหกรรมเครื่องประดับ เนื่องจากความสะดวกรวดเร็วในการทำต้นแบบ ประหยัดค่าใช้จ่ายและใช้เวลาฝึกช่างเพียงไม่นานก็สามารถทำต้นแบบได้ดีอย่างไรก็ตามการทำต้นแบบด้วยเทียนก็ยังมีข้อจำกัดเรื่อง เทคนิควิธีการทำที่ได้รับการพัฒนาเมื่อไม่นานมานี้ แต่เป็นที่คาดว่าในอนาคตการทำต้นแบบด้วยเทียนคงได้รับการพัฒนาต่อไปจนสามารถลดข้อจำกัดต่าง ๆ ให้หมดไปได้ ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากในการพัฒนาวงการอุตสาหกรรมการทำเครื่องประดับในประเทศไทย

การทำต้นแบบด้วยเทียนเป็นการแกะสลักเทียนให้เป็นรูปทรงต่าง ๆ มีทั้งกระบวนการทางบวกและทางลบ อยู่ในงานชิ้นเดียวกัน เพราะวัสดุคือเทียนที่นำมาใช้ทำต้นแบบนั้นสามารถเปลี่ยนสถานะได้คือ เมื่อโดนความร้อนก็จะหลอมละลายเป็นของเหลว และเมื่ออุณหภูมิลดลงก็จะเย็นตัวกลายเป็นของแข็ง

เทียนที่ใช้ในการทำต้นแบบมีหลายชนิดแต่ละชนิดมีสมบัติแตกต่างกันไป ที่นิยมใช้กันในปัจจุบันคือ ชนิดที่มีเนื้อเทียนสีเขียว กระบวนการในการทำต้นแบบเทียนมี 3 ขั้นตอน คือ การเตรียมการขึ้นรูป และการแกะสลัก ในการแยกชิ้นส่วนของต้นแบบจะต้องพิจารณาจากเกณฑ์ต่าง ๆ เพื่อความสะดวกและคุณภาพของชิ้นงาน

ในการทำต้นแบบจะต้องมีการชั่งน้ำหนักของเทียน แล้วนำไปคำนวณเปรียบเทียบเพื่อหาน้ำหนักของโลหะที่จะทำเป็นตัวเรือน เพื่อให้ได้น้ำหนักตามที่ต้องการ

ภาพแสดงการทำต้นแบบเครื่องประดับด้วย Wax

ข้อดี ข้อเสีย ของการทำต้นแบบด้วยเทียน

ในการทำต้นแบบเครื่องประดับด้วยเทียน เป็นวิธีหนึ่งของการทำต้นแบบ ที่ทำให้กระบวนการผลิตเครื่องประดับมีความสะดวกและรวดเร็วมากขึ้น แต่มีข้อจำกัดเรื่องสมบัติของเทียนและรูปแบบของงานซึ่งบางรูปแบบทำต้นแบบด้วยเทียนดีกว่า หรือบางรูปแบบทำด้วยโลหะจะดีกว่า ดังนั้นจึงควรมีการพิจารณาข้อดีข้อเสียของการทำต้นแบบด้วยเทียน เพื่อเป็นแนวทางในการเลือกทำต้นแบบดังนี้

ข้อดี

1) การแกะสลักและการเกลาให้เป็นรูปร่างต่าง ๆ ตามที่ต้องการทำได้ง่ายรวดเร็ว และใช้เวลาน้อย เพราะเทียนมีความอ่อนตัวมากกว่าโลหะ

2) รูปแบบที่มีความอ่อนช้อย คือ มีส่วนเว้า หรือส่วนนูน เช่น รูปแบบที่เป็นตัวสัตว์ต่าง ๆ การขึ้นรูป ด้วยเทียนสามารถทำได้ง่ายและรวดเร็วกว่าแบบโลหะเพราะโลหะมีความแข็ง การตี หรือการดัดให้ได้ขนาดและรูปทรงตามต้องการต้องอาศัยช่างที่มีฝีมือ และมีความชำนาญมาก แต่เทียนมีความอ่อนตัวมากกว่าการแกะสลักให้เป็นรูปทรงต่าง ๆ ตามที่ต้องการสามารถทำได้ง่ายกว่า โดยไม่ต้องอาศัยช่างที่มีความชำนาญมากนัก

3) ชิ้นงานที่เสร็จเรียบร้อยแล้ว ในกรณีที่เกิดการผิดพลาดและต้องการจะปรับปรุงแก้ไขชิ้นงานด้วยการปะและตกแต่งใหม่ สามารถทำได้โดยง่ายเพราะเทียนมีสมบัติคือ สามารถหลอมละลายได้เมื่อโดนความร้อนและจะแข็งตัวเมื่ออุณหภูมิลดลง

ข้อเสีย

1) เนื้อเทียนมีความเปราะแตกหักง่าย ดังนั้นในการทำจะต้องใช้ความระมัดระวังมาก

2) รูปแบบงานที่เป็นกะเปาะหรือการฝังหนาม จะทำได้ยากและอาจไม่ได้สัดส่วนตามที่ต้องการ

3) มีขั้นตอนที่มากและซับซ้อน เพราะต้นแบบที่ทำด้วยเทียนจะต้องนำไปผ่านกระบวนการทำให้เป็น ต้นแบบโลหะเสียก่อน แล้วจึงจะนำไปเป็นแม่พิมพ์ยางได้ ซึ่งต่างจากต้นแบบที่ทำด้วยโลหะจะสามารถนำไปทำแม่พิมพ์ยางได้เลย

4) ต้นแบบที่ทำด้วยเทียนไม่คงทน เสียรูปทรงได้ง่าย ซึ่งถ้าวางไว้ในที่ที่อุณหภูมิต่ำเกินไป เทียนก็จะ เกิดการหดตัว ถ้าวางไว้ในที่ที่อุณหภูมิสูงเกินไปก็จะเกิดการหลอมละลาย ทำให้ได้รูปทรงที่ไม่คงที่

ชนิดและสมบัติของเทียน

เทียน (wax) เป็นเทียนที่มีส่วนผสมของพลาสติกอยู่ด้วยทำให้เทียนที่ใช้ทำต้นแบบมีความเหนียวและแข็งแกร่งกว่าเทียนที่ใช้ตามบ้านโดยทั่วไป เทียนที่ใช้สำหรับงานแกะลสักทำเป็นต้นแบบเครื่องประดับมีอยู่หลายชนิด โดยแบ่งชนิดด้วยสีของเนื้อเทียน ที่นิยมใช้ในปัจจุบันคือ เทียนสีน้ำเงิน และสีเขียว

สีน้ำเงิน เนื้อเทียนจะเหนียวการขัดด้วยกระดาษทรายและตะไบจะทำได้ยาก เหมาะสำหรับการทำต้นแบบที่มีความบอบบาง

สีเขียว เนื้อเทียนจะแกร่ง เปราะ และหักง่ายแต่สามารถขัดด้วยกระดาษทรายและตะไบได้ง่าย ซึ่งนิยมนำมาใช้ทำเป็นต้นแบบมากกว่าเทียนสีน้ำเงิน

เทียนสีน้ำเงินและสีเขียวที่เรานำมาใช้เป็นต้นแบบ มีหลายรูปทรงเพื่อความสะดวกในการใช้งานแต่ละลักษณะดังนี้

1) รูปทรงที่เป็นแท่งหลอดกลม มีรูกลวงตรงกลาง มีความหนาประมาณ 6 มิลลิเมตร เหมาะสำหรับ งานแหวนที่ต้องการหน้างานไม่สูง และหนามากนัก มีน้ำหนักเบา

2) รูปทรงที่เป็นแท่งมีพื้นที่หน้าตัดเป็นรูปตัว U มีรูกลวงตรงกลาง เหมาะสำหรับใช้ในการทำแหวน หน้าสูง

3) รูปทรงที่เป็นแท่งสี่เหลี่ยมหนา เหมาะสำหรับการทำต้นแบบหน้างานที่มีลักษณะพื้นราบมีความสูง ต่ำของพื้นผิวหน้างาน เช่น จี้ ต่างหู สร้อย เป็นต้น

กระบวนการแกะเทียน

กระบวนการแกะเทียนเพื่อทำเป็นตัวแบบเครื่องประดับต่าง ๆ นั้น ประกอบด้วย 3 กระบวนการคือ

1. การเตรียม

2. การขึ้นรูป

3. การแกะสลัก

แต่ละกระบวนมีขั้นตอนและรายละเอียดดังนี้

1. การเตรียม

ก. พิจารณาแบบ หรือการวินิจฉัยแบบตามใบสั่งงานเพื่อดูว่ารูปแบบของแหวน ต่างหู สร้อยคอหรือ อื่น ๆ มีรูปแบบอย่างไร ควรมีการแยกชิ้นส่วนหรือไม่ ลูกค้าต้องการขนาด น้ำหนัก และจำนวนเพชรพลอยของตัวเรือนเท่าใด

ข. ลอกแบบจากใบสั่งงานลงบนกระดาษไข ซึ่งแบบในกระดาษไขควรจะขยายให้มีขนาดใหญ่กว่า แบบที่ต้องการเล็กน้อย เพื่อเป็นการเผื่อเนื้อที่ไว้สำหรับการแกะสลัก และการจัดแต่งรูปทรง

ค. ควรมีการจัดเตรียมอุปกรณ์ที่ใช้ในการขึ้นรูปและการแกะสลักไว้ให้พร้อมเพื่อความสะดวกใน การใช้งาน

ง. คำนวณน้ำหนักของต้นแบบเทียน (กล่าวไว้ในหัวข้อที่ 6) ที่จะต้องทำ เพื่อให้ตัวเรือนที่หล่อเสร็จ แล้วได้น้ำหนักตามต้องการ

2. การขึ้นรูป

การขึ้นรูปเครื่องประดับต่าง ๆ หมายถึง การตกแต่งรูปทรงภายนอก คือความกว้างและความหนา ของเครื่องประดับเพื่อให้ทำการแกะสลักรายละเอียดต่าง ๆ ในภายหลังทำได้ง่ายขึ้น และได้ขนาดและรูปทรงตามต้องการ ในที่นี้จะขอกล่าวถึงการขึ้นรูปเครื่องประดับประเภทแหวนพียงอย่างเดียว ซึ่งเครื่องประดับอื่น ๆ ก็จะใช้หลักการขึ้นรูปในลักษณะคล้ายคลึงกัน ดังนี้

ก. ใช้วงเวียนวัดความกว้างของหน้าแหวนจากแบบบนกระดาษไข แล้วนำวงเวียนมาวัดบน แท่งเทียนให้ได้ความกว้างเท่ากับหน้าแหวนที่วัดไว้

ข. ใช้เลื่อยตัดเทียนออกจากแท่ง จากนั้นใช้ตะไบแบนขนาดใหญ่ แต่งรอยตัดให้เรียบ

ค. ใช้เครื่องขยายรอบวงในแหวน ขยายวงในของแหวนให้ได้ขนาดตามต้องการ

ง. หาศูนย์กลางของหน้าแหวนโดยใช้วงเวียน

จ. แต่งเทียนให้เป็นรูปไข่ โดยใช้ตะไบ ซึ่งความหนาของแหวนจะขึ้นอยู่กับการฝังเพชรพลอย

ฉ. นำกระดาษไขที่ลอกแบบไว้แล้ว มาวางทาบลงบนเทียนด้านบนและใช้เทปใส ยึดกระดาษไขให้ติด กับเทียน ไม่ใช้เลื่อนขณะลอกแบบลงบนเทียน

ช. ใช้ปากกาวาดรูปแบบหน้าแหวนลงบนเทียน และต่อเติมให้เป็นรูปร่างของก้านแหวนจากนั้นใช้ เหล็กปลายแหลมจุดตามเส้นร่าง เพื่อให้มองเห็นได้ชัดเจนขึ้น

ซ. เลื่อยตามเส้นที่ร่างไว้ แล้วใช้ตะไบตกแต่งให้ได้รูปทรงที่สวยงามตามต้องการ แล้วจึงนำไปแกะสลัก

การทำต้นแบบด้วยเทียน จะช่วยทำให้กระบวนการผลิตเครื่องประดับ มีความสะดวกรวดเร็วและประหยัดมากขึ้น แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับรูปแบบของงาน ดังนั้นจึงควรพิจารณาความเหมาะสมของงานว่าควรทำต้นแบบด้วยวัสดุชนิดใดจึงจะได้งานที่มีคุณภาพ

2 การทำต้นแบบด้วยโลหะ

การทำต้นแบบด้วยโลหะ

เป็นการสร้างแบบชิ้นงานเครื่องประดับอัญมณีด้วยโลหะ เพื่อที่จะนำไปทำแม่พิมพ์ยาง ในกรณีที่ต้องการเครื่องประดับอัญมณีแบบนั้นเป็นจำนวนมาก แต่ในบางครั้งที่ต้องการงานเพียงชิ้นเดียว ก็สามารถขึ้นด้วยโลหะที่ต้องการทำเป็นตัวเรือนได้เลยเพราะวิธีการนี้ภาษาช่างเรียกว่า การขึ้นฝีมือ โดยช่างจะขึ้นแบบออกมาเป็นตัวเรือนโลหะตามที่ลูกค้าต้องการ การทำต้นแบบด้วยโลหะจะได้งานที่ละเอียดกว่าการทำต้นแบบด้วยเทียน ตัวอย่างเช่น ชิ้นงานที่มีความสลับซับซ้อนมีชิ้นส่วนมากหรืองานประเภทแฟนซี

โลหะที่ใช้ในการทำต้นแบบมีหลายชนิดเช่น ทองแดง เงิน ทองคำโดยที่เงินเป็นโลหะที่นิยมนำมาทำต้นแบบมากที่สุดเพราะราคาไม่แพงและจะคงสภาพ ไม่สึกหรอ เมื่อถูกน้ำประสานหรือนำไปทำแม่พิมพ์ยาง

การทำต้นแบบด้วยโลหะ เป็นการสร้างแบบ เพื่อที่นำไปทำแม่พิมพ์ยาง ในกรณีที่ต้องการแบบเป็นจำนวนมาก ๆ แต่กรณีที่ต้องการเพียงชิ้นเดียวก็ใช้การทำต้นแบบด้วยโลหะซึ่ง วิธีการนี้ภาษาช่างเรียกว่า การขึ้นฝีมือ โดยช่างจะขึ้นแบบออกมาเป็นตัวเรือนโลหะ ตามแบบที่ต้องการเริ่มจากโลหะที่ต้องการ อาจจะเป็นทองคำ เงิน ทองแดงหรือทองคำขาว เป็นต้น โดยนำโลหะต่าง ๆ เหล่านี้ให้เปลี่ยนเป็นชิ้นงาน ด้วยวิธีการ ตัดดึง ฉลุ แกะ ตะไบ หล่อ ขัด เชื่อมประสาน เหล่านี้เป็นต้น

ข้อดี ข้อเสีย ของการทำต้นแบบด้วยโลหะ

ในการทำต้นแบบด้วยโลหะมีข้อดีและข้อเสีย แตกต่างกันไปตามลักษณะของงาน ในบางกรณีการทำต้นแบบด้วยโลหะนี้ จะขึ้นอยู่กับฝีมือของช่างแต่ละคนว่ามีความสามารถและความชำนาญ ในการผลิตเพียงใดแต่โดยทั่วไปแล้วจะมีข้อดีและข้อเสีย ดังต่อไปนี้

ข้อดีของการทำต้นแบบด้วยโลหะ

1. ระยะเวลาในการทำต้นแบบด้วยโลหะ จะใช้เวลาน้อยกว่าการทำต้นแบบด้วยเทียน ขั้นตอนใน การผลิตจะมีเพียงโลหะ ทำให้เป็นรูปแบบที่ต้องการและสามารถนำไปทำแม่พิมพ์ยางได้เลย

2.การทำต้นแบบด้วยโลหะ จะมีความคงทนกว่าการทำต้นแบบด้วยเทียน เนื่องจากโลหะ จะแข็งกว่าและคงรูปเมื่อนำไปทำแม่พิมพ์ยางกี่ครั้งก็ได้พิมพ์ที่เหมือนเดิม

3. ในกรณีที่รูปแบบงานที่มีลักษณะเป็นกระเปาะ ฝังหนาม หรืองานประเภทแฟนซี การขึ้นด้วยโลหะจะทำได้ดีกว่าขึ้นด้วยเทียน เพราะสามารถใช้น้ำประสานโลหะเชื่อมต่อชิ้นส่วนต่าง ๆ ได้ตามต้องการและมีความแข็งแรงทนทานกว่าการขึ้นด้วยเทียน เนื่องจากเทียนมีความอ่อน จะทำให้หักได้ง่าย

4. การทำต้นแบบด้วยโลหะจะได้งานที่ละเอียดกว่า เพราะสามารถขัดและตกแต่งชิ้นงานได้ทันที ก่อนที่จะนำไปทำแม่พิมพ์

ข้อเสียของการทำต้นแบบด้วยโลหะ

1. รูปแบบงานที่มีลักษณะ โค้ง เว้า นูน การทำต้นแบบด้วยโลหะจะทำได้ยากกว่าการทำต้นแบบ ด้วยเทียน เพราะโลหะมีความแข็งมากกว่า ดังนั้นการแกะสลัก ขัด ตะไบ หรือการเกลางานให้เป็นรูปร่างต่างๆ จะทำได้ยากกว่าและใช้เวลานานกว่า

2. การทำต้นแบบด้วยโลหะ จะสิ้นเปลืองเพราะโลหะมีราคาสูงกว่าเทียน

วัตถุดิบที่ใช้ทำต้นแบบ

วัตถุดิบที่ใช้มีหลายชนิด แต่ละชนิดจะมีคุณสมบัติแตกต่างกันดังต่อไปนี้

1) ทองแดง สามารถนำมาทำต้นแบบได้สะดวก รวดเร็วแต่ขาดความคงทน เพราะทองแดง มีความอ่อนตัว อาจเกิดการบิดเบี้ยวในขณะปฏิบัติการได้ง่าย

2) เงิน เป็นโลหะที่นิยมทำต้นแบบมากที่สุด เมื่อเทียบกับโลหะชนิดอื่น ๆ แม้ว่าเงินจะมี

สภาพ สึกหรือเมื่อนำมาทำแม่พิมพ์ยาง แต่ก็ยังคงได้แม่พิมพ์ยาง

รูปแบบเดิม

3) ทองคำ เป็นโลหะที่มีความแข็ง จึงไม่นิยมนำมาทำต้นแบบ และยังสิ้นเปลืองเพราะทองคำมีราคาสูง แต่จะนำมาทำต้นแบบก็ต่อเมื่อเป็นงานฝีมือ หรืองานที่ต้องการเพียงชิ้นเดียว

4) ทองคำขาว ไม่นิยมนำมาทำต้นแบบเพราะค่าใช้จ่ายจะสูงมากและสูญเสียของเนื้อทองจะมีมาก แต่งานที่ได้จะมีความละเอียดมากกว่า เพราะทองคำขาวจะแข็งกว่าทองคำหรือเงิน นิยมนำทองคำขาวมาทำเป็นต้นแบบเมื่อเป็นงานขึ้นฝีมือ เช่นเดียวกับทองคำนอกจากนี้โลหะอื่น ๆ ก็ยังสามารถใช้ทำต้นแบบได้ แต่ไม่เป็นที่นิยม

งานต้นแบบเครื่องประดับที่ปราณีต


Tags: , , , , ,
1 Star2 Stars3 Stars4 Stars5 Stars (3 votes, average: 2.00 out of 5)
Loading...

12 Responses to “การทำต้นแบบเครื่องประดับที่เข้าใจง่ายๆ by iNattt”

  1. krissana says:

    ขอบคุณที่นำความรู้ที่ตัวเองได้เรียนมา มาแบ่งปันเผยแพร่ให้ผู้อื่นได้รู้และศึกษาด้วย ขอบคุณจริงๆๆค่ะ

  2. mae says:

    อยากทราบว่า ถ้าจะคำนวณ น้ำหนักต้นแบบเทียน(Wax)ไปเป็นน้ำหนักทอง คำนวน อย่างไรค่ะ
    ต้องเอาน้ำหนัก wax ไปคูณอะไรแน่ เคยลอง คูณ K แล้วไม่ได้ งง?

  3. พรปัญญา says:

    ขอบคุณจากใจจริงที่นำความรู้ปละประสบการณ์มาเผยแพร่ค่ะ กำลังต้องการทราบวิธีการอยู่พอดี

  4. กานต์GT16 says:

    นำน้ำหนักของ wax มาคูณกับ มวลของทอง (ถ้าเป็นงานหล่อก็บวกเพิ่มอีกประมาณ 15 กรัม เพื่อเป็นก้นของต้นช่อ)

  5. แก้ว says:

    เงินกี่เปอร์เซนหรอค่ะที่นำมาทำเครื่องประดับอ่ะค่ะ

  6. กานต์ says:

    มันมีหลายสูตรอ่ะ ที่นิยมก็ 92.5

  7. paew says:

    ช่วยหาสูตรคำนวณน้ำหนัก ตัวเรือนจริงกลับมาเป็น ต้นแบบให้มั่งดิ อิอิอิ….

  8. yim says:

    รับทำไหมคะ

  9. non says:

    อยากทราบว่าเทียนสีเขียวสามารถหาซื้อได้ที่ไหนครับ ช่วยแนะนำด้วยครับ

  10. แนน says:

    ขอบคุณมากๆเลยนะคะ ใจดีจัง

  11. สุทธาวัฒน์ says:

    ท่านใดอยากได้สูตรคำนวนน้ำหนักแว๊กซ์เป็นโลหะเรามีเอกสารแจกฟรีครับขอมาได้ที่อีเมลjewaxdesign@hotmail.com

  12. ขายแว๊กซ์กำไล แหวน แผ่น สำหรับแกะสลัก
    02-635-9998

Leave a Reply