23 September 2010มรดกของประเทศไทย

บล้อกนี้ขอพูดในเรื่องของมรดกที่ประเทศเราควรหวงแหนมากที่สุด ชาติไทย เป็นชาติที่มีศิลปะวัฒนธรรม และประวัติความเป็นมาที่ยาวนาน ประเทศหนึ่งในภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ โดยปรากฎหลักฐาน โบราณสถานโบราณวัตถุที่เป็นงานประณีตศิลป์จำนวนมากที่ผ่านการคิดค้นสร้างสรรค์ ประดิษฐ์ขึ้นมาด้วยความเพียรพยายามประณีตวิจิตรบรรจง สืบต่อกันมาเป็นเวลานานหลายร้อยปีหรืออาจถึงพันปีงานที่จัดว่าเป็นประณีตศิลป์ของไทยที่มีลักษณะเฉพาะตัวได้แก่งานศิลปะดังต่อไปนี้

เครื่องเงินของไทยเรา

1. เครื่องเงินไทย หมายถึง เครื่องเงินชนิดที่ทำเป็นเครื่องรูปพรรณ เครื่องถม และเครื่องลงยาสีที่ทำในประเทศไทย ทำด้วยโลหะเงินมาตรฐาน ให้มีโลหะอื่น ๆ เจือปนได้ไม่เกิน ร้อยละ 7.5 ของ น้ำหนัก ส่วนประกอบของเครื่องเงินไทย ต้องแข็งแรง ทนทาน มีลวดลายที่ชัดเจน เรียบร้อย 
 ในประเทศไทยมีหลักฐานของการใช้โลหะเงินมาตั้งแต่ก่อนยุคทวาราวดี เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ในแต่ละท้องถิ่น ภาคใต้ ภาคกลาง และภาคเหนือ โดยเฉพาะเครื่องเงินของล้านนานับว่ามีชื่อเสียงมาก กระบวนการผลิตเครื่องเงิน มีขั้นตอนสำคัญ 3 ขั้นตอน คือ

  1. การหลอมเป็นขั้นตอนแรกในการผลิตเป็นการเตรียมวัตถุดิบเพื่อใช้ทำงานขั้นต่อไป
  2. การขึ้นรูป เป็นการเตรียมภาชนะให้เป็นรูปแบบตามต้องการ โดยทั่วไป มี 6 แบบ คือ การขึ้นรูปด้วยค้อน การตัดต่อ การหล่อการชักลวด การสานและด้วยการบุ
  3. การตกแต่งเครื่องเงิน เป็นการทำงานขั้นสุดท้าย เพื่อให้เกิดความสวยงาม

วิธีการตกแต่งเครื่องเงินโดยทั่วไป มี7ลักษณะ คือ

  • การสลักดุน
  • การเพลา
  • การแกะลายเบา
  • การถมยาดำ
  • การถมยาทองหรือตะทอง
  • การลงยาสี
  • การประดับหรือฝังอัญมณี

ลวดลายที่ปรากฎอยู่ในเครื่องเงินไทย มักเป็นลวดลายธรรมชาติ รูปเทวดา รูปสัตว์หิมพานต์ รูปตัวละครในวรรณคดีรูปสัตว์12ราศี และลวดลายไทย

เครื่องทองของไทย

2. เครื่องทอง เป็นสินแร่ที่มีราคา และมนุษย์นิยมนำมาใช้เป็นวัตถุในการแลกเปลี่ยน ความสำคัญของทองเกิดจากการที่มีค่าสูงไม่เปลี่ยนแปลงไปตามปัจจัยต่าง ๆ มากนัก มีคตวามสวยงาม มีสีเหลืองสว่างสดใสปละมีประกายสุกปลั่งเสมอ ไม่เป็นสนิม มีความอ่อนเหนียวจนสามารถนำมาตีเป็นแผ่นบางมาก ๆขนาด 0.000005 นิ้วได้ และเป็นโลหะที่ไม่ละลายในกรดชนิดใดแต่จะละลายได้อย่างช้าๆในสารละลายผสมระหว่างกรดดินประสิวกับกรดเกลือ
กระบวนการในการทำเครื่องทอง ในอดีต มีหลายวิธีแตกต่างกันออกไป ตามแต่เทคนิค หรือวัสดุอุปกรณ์ที่นำมาใช้ดังนี้ คือ การหุ้ม การปิด(การลงรักปิดทอง) การบุ การดุน การหล่อ การสลัก การาไหล่หรือกะไหล่ การคร่ำ เป็นต้นเครื่องทองที่นิยมทำกันมัก เป็นวัตถุเกี่ยวกับของสำคัญ และมีค่า เช่น เครื่องราชูปโภค เครื่องยศ เครื่องใช้สอย เครื่องประดับ เครื่องพุทธบูชา เครื่องประกอบ พิธีกรรมทางศาสนา พระพุทธรูป พระพิมพ์ แผ่นทองจารึก(สุพรรณบัฏ) ฯลฯ

เครื่องถมทางภาคใต้ที่มีเอกลักษณ์

3. เครื่องถม จัดเป็นงานประณีตศิลป์ชนิหนึ่งที่มีมาแต่โบราณ และสืบทอดต่อมาจนกระทั่งถึงปัจจุบัน พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน ให้ความหมายของเครื่องถมไว้ว่า ” เรียกภาชนะหรือเครื่องประดับที่ทำโดยใช้ผงยาดำผสมน้ำประสานทองถมลงบนลวดลายที่แกะสลักบนภาชนะ หรือเครื่องประดับนั้น แล้วขัดผิวให้เงางามว่า เครื่องถม หรือ ถม เช่น ถมนคร ถมทองถมเงิน…” เครื่องถม มีหลายประเภทจำแนกได้ดังนี้

  1. ถมดำ หรือ ถมเงิน เป็นการทำเครื่องถมที่เก่าที่สุด ทำโดยการแกะสลักลวดลาย ลงบพื้นผิวภาชนะเครื่องเงินจนเป็นร่องลึกแล้วลงยาถมดำลงไปในร่องลึกนั้นจนเต็ม
  2. ถมตะทอง โดยการใช้ “ทองเปียก” เป็นแผ่นทองบดละเอียดผสมปรอทบริสุทธิ์แล้วนำมาถมลายที่สลักไว้
  3. ถมปัด ทำจากภาชนะที่เป็นทองแดงและลงน้ำยาสีต่าง ๆ

เครื่องมุกของไทย

4. เครื่องมุก การประดับมุก เป็นงานประณีตศิลป์ที่เกิดจากความคิดสร้างสรรค์ ในการตกแต่งวัสดุให้สวยงามของคนไทยมาแต่โบราณ โดยใช้เปลือกหอยมุก ซึ่งมีทั้งหอยมุกทะเล และหอยมุกน้ำจืดนำมาฉลุเป็นลวดลายชิ้นเล็กๆประดับลงไปบนภาชนะ บานประตู หน้าต่าง ตู้ ฯลฯ โดยใช้รักสีดำ เป็นตัวเชื่อมให้ชิ้นมุกเกาะติดฝังลงไปกับภาชนะหรือวัสดุสีขาวแกมชมพูและความแวววาวของหอยมุก จะตัดกับสีดำของรัก ทำให้ภาชนะ เครื่องใช้ หรือวัตถุชิ้นนั้น ๆ สวยงามมาก ภาชนะที่นิยมประดับมุก ได้แก่ พาน กล่อง หีบ เครื่องใช้สำหรับพระสงฆ์ ถาด ฯลฯ

งานแกะสลักอันวิจิตรของคนไทย

5. ไม้แกะสลัก ไม้ที่นิยมนำมาแกะสลักมากที่สุด คือ ไม้สัก ไม้ตะเคียน ไม้ชิงชัน ไม้ประดู่ ไม้มะค่าชนชาติไทยมีฝีมือทางด้านการแกะสลักไม้มาแต่โบราณ และมีศิลปวัตถุที่แกะสลักจากไม้เป็นจำนวนมาก เนื่องจากในภูมิภาคแถบนี้ มีไม้สักและไม้อื่น ๆ ที่นำมาแกะสลักได้จำนวนมาก แต่ปัจจุบันได้ลดลงอย่างรวดเร็ว ทำให้หาได้ยากขึ้น ไม้แกะสลักมักนำมาทำเป็นบานประตู หน้าต่าง พระพุทธรูป ลวดลายประดับตกแต่งอาคาร สิ่งของเครื่องใช้ต่าง ๆ การแกะสลักไม้ มีขั้นตอนที่สำคัญ ๆ อยู่ 3 ขั้นตอน คือ

  1. การออกแบบลวดลาย
  2. การแกะสลักลาย
  3. การตกแต่ง

เครื่องป้ันดินเผาสวยๆของไทย

6. เครื่องปั้นดินเผาไทย มนุษย์รู้จักทำเครื่องปั้นดินเผา มาตั้งแต่สมัยหินกลาง ในยุคก่อนประวัติศาสตร์เมื่อ10,000-7,000ปี มาแล้ว และทำกันมาจนถึงปัจจุบัน ในทุกภูมิภาคของโลก อาจกล่าวได้ว่าชาติใดๆ ก็รู้จักการทำเครื่องปั้นดินเผาทั้งสิ้นในประเทศไทย มีการทำเครื่องปั้นดินเผาอยู่ทุกภูมิภาคในสมัยดั้งเดิมเป็นการเผาดินดิบต่อมามีการเคลือบด้วยน้ำยาเคลือบ และพัฒนามาสู่การเขียนลวดลายลักษณะต่าง ๆ จากสีเดียว (เอกรงค์) มาเป็นหลายสี (พหุรงค์) ซึ่งมีมาตั้งแต่สมัยอยุธยาซึ่งใช้สี 5 สี เรียกว่า ลายเบญจรงค์ และต่อมาในสมัยรัตนโกสินทร์ มีการเขียนลายทอง ที่เรียกว่าเบญจรงค์ลายน้ำทอง

งาช้างแกะสลัก

7. งาช้างแกะสลัก เป็นงานประณีตศิลป์ที่มีความละเอียด และต้อใช้ฝีมือที่เชี่ยวชาญเป็นอย่างยิ่ง โดยปกติงาช้างเป็นของมีค่าซึ่งต้องเก็บรักษาไว้อย่างดี เดิมมีสีขาวนวล เมื่อนานไป อาจเปลี่ยนเป็นสีเข้มขึ้นถึงน้ำตาล และมีรอยแตกรานอย่างที่เรียกว่าแตกลายงา งาช้างสลักนิยมนำมาทำเป็น พระพุทธรูป กล่อง หรือตลับ ตราสัญลักษณ์ ตุ๊กตา ด้ามหรือปลอกมีด ฯลฯ

เรือพระราชพิธีที่สวยงาม

8. เรือพระราชพิธี เป็นงานประณีตศิลป์อีกประเภทหนึ่งของวัฒนธรรมไทย ซึ่งผูกพันกันแม่น้ำมาตั้งแต่โบราณกาลโดยใช้เรือ ชนิดต่าง ๆ เรือพระราชพิธี มักใช้ในกระบวนพยุหยาตราทางชลมารค ซึ่งเป็นริ้วขบวนเรือที่จัดขึ้นในการที่พระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปในการต่าง ๆ ทั้งเป็นการส่วนพระองค์และพระราชพิธี ซึ่งมีมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย การจัดชบวนพยุหยาตราทางชลมารคนี้ กล่าวได้ว่า มีวิวัฒนาการมาจากการจัดกระบวนทัพเรือ ในยามว่างจึงมีการจัดขบวนทัพเพื่อฝึกซ้อม มีการตกแต่งเรืออย่างสวยงาม และมีการประโคมดนตรี ไปในแระบวนเพื่อความเพลิดเพลินสนุกสนานอีกด้วย ถือเป็นการแสดงออกถึงความเป็นเอกลักษณ์ ทางด้านวัฒนธรรมประเพณีอย่างหนึ่งของชาติไทยและพระราชวงศ์ ซึ่งมีอารยธรรมสูงส่งมาแต่โบราณกาล


Tags: , , , , , , ,
1 Star2 Stars3 Stars4 Stars5 Stars (No Ratings Yet)
Loading...

Leave a Reply