1 March 2010วัตถุดิบในการผลิตตัวเรือน

วัตถุดิบในการผลิตตัวเรือนของเครื่องประดับที่ใช้ในปัจจุบัน ส่วนมากจะผลิตจากวัตถุดิบซึ่งได้มาจากโลหะต่างๆ เช่น ทองคำ เงิน แพลทินัม เป็นต้น โลหะมีค่าต่างๆเหล่านี้ ล้วนแต่มีคุณสมบัติเฉพาะตัวแตกต่างกันออกไปทั้งกายภาพและทางเคมีจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ช่างรูปพรรณจะต้องมีความรู้ และความเข้าใจในคุณสมบัติเฉพาะของโลหะมีค่าชนิดต่างๆ ที่ใช้ในการผลิตตัวเรือน เพราะหน้าที่ของช่างรูปพรรณจะต้องนำโลหะมีค่าต่างๆ เหล่านี้มาใช้ในการทำชิ้นส่วนตัวเรือนของเครื่องประดับด้วยวิธีการต่างๆ ช่างรูปพรรณต้องรู้ว่าจุดหลอมเหลวของโลหะมีความต่างกันและจะต้องรู้ถึงว่าจุดหลอมเหลวของโลหะต่างๆ นั้นอยู่ที่กี่องศาเพื่อประโยชน์ในการเชื่อมประสานเป็นต้น

ช่างรูปประพรรณถ้าไม่มีความรู้เกี่ยวกับโลหะมีค่าเหล่านี้เลย การผลิตชิ้นส่วนต่างๆ ของเครื่องประดับก็จะประสบปัญหาในการผลิตเช่น ต้องการให้ทองคำอ่อนตัวลง ควรจะใช้ความร้อนเท่าใดจึงจะทำให้การดึงลวดทองคำไม่ขาดหรือแตกหัก การเชื่อมประสานชิ้นส่วนต่างๆ เข้าด้วยกัน จะต้องใช้ความร้อนเท่าใด และส่วนผสมของน้ำประสานควรจะเป็นอย่างใดจึงจะไม่ทำให้ตัวเรือนเกิดความเสียหาย โลหะมีค่าแต่ละชนิดมีความเป็นพิษหรือไม่ช่างรูปพรรณควรจะต้องทราบเพราะช่างรูปพรรณจะต้องใช้และใกล้ชิดกับโลหะเหล่านี้มากจึงควรทราบคุณสมบัติบางประการซึ่งอาจเกิดความเป็นพิษได้
ช่างรูปพรรณ ผู้ใช้โลหะมีค่านอกจากจะมีความสามารถ มีฝีมือฝนการผลิตชิ้นส่วนตัวเรือนแล้ว ช่างรูปพรรณที่จะกล่าวถึงได้แก่ ทองคำ เงิน แพลทินัม ทองแดง และสังกะสี

ทองคำ Gold (Au)
ทองคำเป็นโลหะที่เสถียรที่สุดโลหะหนึ่ง หนักที่สุดโลหะหนึ่ง (ความหนาแน่น 19.32 g/cc) เป็นโลหะมีค่าและแพงที่สุดทุกยุคทุกสมัย
ทองคำเป็นโลหะมีสีทองแวววาว ไม่มีกาหมองด้าน ไม่สึกร่อน สามารถทำเป็นรูปทรงต่างๆ ได้ง่ายกว่าโลหะชนิดอื่น คุณสมบัติเหล่านี้ทำให้ทองคำเป็นโลหะที่เสาะหากันมากนับเป็นพัน ๆ ปีมาแล้ว ที่ใช้กันมากที่สุดได้แก่การทำเป็นเครื่องประดับ และ เครื่องเพรชนิลจินดาต่างๆ สามารถทำเป็นซี่ก้านเล็กๆ ดึงให้เป็นเส้นลวดเล็กๆ หรือตีให้เป็นแผ่นบางมาก ๆ ได้ เนื้อทองคำบริสุทธิ์อ่อนเกินไป ที่จะนำมาทำเป็นเครื่องประดับอัญมณี ที่ใช้กันอยู่ทุกวันนี้ เช่นแหวนแต่งงานหรือแหวนงานหมั้น ดังนั้นจึงต้องผสมทองแดง หรือเงินเข้าไปด้วยเพื่อให้เนื้อทองคำแข็งขึ้น สมัยก่อนนิยมทำเหรียญกษาปณ์ทองคำกันมาก เช่น เหรียญกษาปณ์ของอังกฤษ เป็นต้น แต่ปัจจุบันไม่นิยมใช้ทำนิยมทำเหรียญกษาปณ์กันแล้ว
ทองคำ เป็นแร่โลหะชนิดหนึ่งในสองสามชนิด ที่อาจขุดพบในรูปทองคำบริสุทธิ์บางครั้งจะพบรวมตัวกันอยู่เป็น Trace คือเป็นปริมาณเล็กน้อยในแร่ทองแดง และในแร่เงิน นอกจากนั้นทองคำยังอาจเป็นผลพลอยได้มาจากการสกัดโลหะต่างๆ ให้บริสุทธิ์อีกด้วย

การค้นพบ
สันนิษฐานว่า ทองคำจะเป็นแร่โลหะ อิสระชนิดแรกที่มนุษย์เรารู้จัก อย่างน้อยนับตั้งแต่ 4000 ปีก่อน คริสต์ศักราช ใน เมโสโปเตเมีย Mesopotamia (อาณาจักรโบราณทางตะวันออกกลาง) ในประวัติศาสตร์ทุกยุคทุกสมัยไม่ว่าจะเป็นอียิปต์โบราณ กรีก โรมัน เปอร์เซีย ยุโรป จีน อเมริกากลาง(มายา อินคา) ล้วนแต่มีการกล่าวถึงทองคำ คุณค่า และประโยชน์ของโลหะชนิดนี้
ความมีค่าของทองคำเป็นแรงดลใจให้มนุษย์เราพยายามเสาะแสวงหามันไว้ในครอบครองในยุคเล่นแร่แปรธาตุนักวิทยาศาสตร์พยายามหาวิธีเปลี่ยนโลหะที่มีราคาถูกและหาง่าย เช่น Pb,Sn ให้เป็นทองคำ ความพยายามถึงแม้จะไม่ประสบความสำเร็จแต่ก็มีส่วนทำให้วิทยาการทางเคมีแพทย์ และการถลุงโลหะ เจริญก้าวหน้ามาตามลำดับ

แหล่งที่พบ
ทองคำในรูปของธาตุอิสระมีกระจายอยู่ทั่วไปในโลก แต่โดยทั่วไปทองคำพบเป็นธาตุอิสระมีลักษณะเป็นเกล็ดหรือเม็ดกลม อาจพบเป็นส่วนใหญ่ บางครั้งพบอยู่ในหินซึ่งอาจมองเห็นหรือมองไม่เห็นด้วยตาเปล่าในธรรมชาติพบทองคำเนื้อเข้มข้าหรืออาจอ่อนจางเพราะมีโลหะ เช่น เงิน(Ag) ปนมากกว่า 20 % ซึ่งเรียกว่า electrum ปกติ ทองคำที่พบจะอยู่ในรูปโลหะผสมเจือเงินกับทองแดงเล็กน้อย มีไม่น้อยกว่า 75 ประเทศที่มีการผลิตโลหะทองคำ แต่ทองคำประมาณ 3/4 ผลิตจาก Witwatersland ในประเทศแอฟริกาใต้
ทองคำ พบในธรรมชาติในรูปของสารประกอบก็มี และเกือบทั้งหมดพบในรูปของ tellurides เช่น แร่ Calavente (AuTe๒) Petzite (AuAg)๒ Sylvenite (AuAg)Te๒น้ำทะเลก็มีทองคำด้วย ความเข้มข้นขึ้นอยู่กับความลึกและลักษณะภูมิประเทศ มีการประมาณการว่าน้ำทะเล 1 ลิตร มีทองคำ 0.014 mg ถึงแม้ว่าความเข้มข้นนั้นจะต่ำมาก แต่ถ้าจะคิดถึงจำนวนน้ำทะเลทั้งหมดแล้วพบว่ามีทองคำถึง 70 ล้านตันนอกจากนี้ยังพบว่าใต้ท้องทะเลและมหาสมุทรก็มีทองคำด้วย และคาดว่าจะมีปริมาณมากถึง 10 x 109 ตันแต่ปัจจุบันยังไม่มีวิธีที่คุ้มค่าในทางเศรษฐกิจที่จะสกัดทองคำจากน้ำทะเล ใต้ท้องทะเล และในมหาสมุทร

สมบัติทางกายภาพ
ทองคำบริสุทธิ์จะมีสีเหลือง ไม่แข็งมากหรือเรียดว่าค่อนข้างอ่อนก็ได้ ทองคำมีสมบัติทากายภาพ ที่เด่นหลายประการ พอสรุปได้ดังนี้
1. ทองคำมีความหนาแน่นสูงมากหรือหนักมาก( 19.32 g/cc)
มีเพียงธาตุไม่กี่ธาตุเท่านั้นที่มีความหนาแน่นมากกว่าทองคำ ธาตุเหล่านั้นได้แก่ Ir,Re,Os,Pt,และ Np
2. ทองคำเป็นตัวนำความร้อนและไฟฟ้าดีเป็นอันดับ 3 ของบันดาธาตุทั้งหลายรองจากโลหะเงินและทองแดง
3. เป็นธาตุที่เหนียวสามารถดึงเป็นเส้น ที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางเล็กที่สุด และสามารถตีให้เป็นแผ่นหล่อหลอมได้บางที่สุด(ขนาดบาง 1/5,000,000 นิ้ว)
4. ทองคำสามารถหักเหแสงอินฟราเรดได้ถึง 97 % คุณสมบัติประการนี้เป็นเหตุให้มีการใช้ทองคำเป็นตัวป้องกันการแพร่รังสี

เงิน Silver (Ag)
เงินเป็นโลหะที่เสถียรมากโลหะหนึ่ง มีราคาแพงพอสมควร มีสมบัติอยู่ระหว่างกลางของทองแดง (Cu) และ ทองคำ (Au) ตีเป็นแผ่นและดึงเป็นเส้นลวดได้ดีรองมาจากทองคำ และแพลทินัม เงินบริสุทธิ์สามารถนำไฟฟ้าและความร้อนได้ดีที่สุด
เงินก็เช่นเดียวกับทองคำ สามารถทำเป็นรูปต่างๆได้ง่าย และสึกกร่อนได้ยากมากแต่สำหรับเครื่องใช้ที่ทำด้วยเงินที่อยู่ในเมือง ผิวเงินจะกลายเป็นสีดำได้ง่ายเนื่องจากมีกำมะถัน (sulphur) อยู่ในอากาศมาก เงินเป็นตัวนำไฟฟ้าและความร้อนได้ดีที่สุด
ในสมัยก่อน เคยนิยมทำเหรียญกษาปณ์ ด้วยเงินล้วนๆ แต่ในปัจจุบันทำด้วยโลหะผสม ของทองแดงและนิกเกิล เครื่องใช้ประจำโต๊ะส่วนมากใช้เคลือบด้วยเงินเพื่อให้มีราคาถูกลงในการทำเครื่องเพชรนิลจินดาจะผสมทองแดงไปด้วยเพื่อให้เนื้อเงินมีความแข็งมากขึ้น
ปัจจุบันนี้ เงินได้ถูกนำไปใช้ในการทำสารประกอบทางเคมี(chemical compound) มากที่สุด สารประกอบที่ประกอบด้วยเงินมีความไวแสงดีมาก จึงถูกนำมาใช้ในการทำฟิล์ม ถ่ายรูปเป็นจำนวนมาก

การค้นพบ
มนุษย์รู้จักเงินครั้งแรกตั้งแต่สมัยโบราณ มีหลักฐานปรากฏว่ามีการค้นพบโลหะเงินหลังทองคำและทองแดงไม่นาน มีการกล่าวถึงในพระคัมภีร์เก่า ชาวอียิปต์ให้สัญลักษณ์วงกลมแก่ทองคำ หมายถึงเป็นโลหะสมบูรณ์แบบ ส่วนโลหะเงินใช้สัญลักษณ์ครึ่งวงกลมเพื่อแสดงว่าเป็นโลหะที่มีความสมบูรณ์แบบรองมาจากทองคำ ต่อมาครึ่งวงกลมนี้หมายถึงดวงจันทร์ด้วย เพราะโลหะเงินมีความแวววาวมากหรือสว่างทำนองเดียวกับดวงจันทร์ ชาวโรมันเรียกโลหะเงินว่า Argentum ซึ่งเป็นที่มาของสัญลักษณ์เงิน (Ag) ส่วนภาษาอังกฤษ Silver มาจาก Assyrians

แหล่งที่พบ
แร่หลักของเงิน คือ แร่เงินซัลไฟด์ Argentite (Ag2S) ซึ่งทั่วไปจะพบปะปนกับซัลไฟด์ของโลหะอื่นๆ เช่น ซัลไฟด์ของตะกั่วและทองแดง แร่อื่นๆ ของเงินได้แก่ เซราจีไรด์(Cerargyrite) (AgCl) , พรูสไทด์ (Proustite) (3 Ag2 S.AgS3), ไพราร์จีไรต์ (Parargytite)(3Ag2S.Sb2S3) และในรูปโลหะอิสระ นอกจากนี้แล้วยังพบปะปนกับสินแร่ cobalt arsenite ในแคนนาดา และพบปะปนกับทองคำด้วย โลหะเงินส่วนใหญ่ได้จากผลิตผลพลอยได้ของการทำเหมืองและถลุงโลหะอื่นๆ เช่น ตะกั่ว ทองแดง โคบอลต์ ทองคำ และอื่นๆ แต่ก็มีการทำเหมืองแร่เพื่อผลิตเงินโดยเฉพาะ หรือเป็นหลัก ประเทศที่ผลิตเงินได้แก่ เม็กซิโก สหรัฐอเมริกา แคนาดา เปรู สาธารณะรัฐรัสเซีย ออสเตรีย และเยอรมัน เป็นต้น

สมบัติทางกายภาพ
โลหะเงินมีสีขาวแวววาวสูง สามารถดึงเป็นเส้นและตีเป็นแผ่นบางๆ ได้ดีมากรองจากทองคำและแพลเลเดียม โลหะเงินบริสุทธิ์สามารถนำไฟฟ้าได้ดีที่สุดในบรรดาโลหะทั้งหมดและมี contact resistance ต่ำสุด ณ จุดหลอมเหลวของโลหะ เงินสามารถดูดกลืน (absorb) ได้ดีที่สุดกล่าวคือสามารถดูดกลืนออกซิเจนได้โดยประมาณ 20 เท่า

ทองแดง Copper (Cu)
ทองแดงเป็นโลหะที่ใช้กันมากในรูปของโลหะอิสระ เพราะมีคุณสมบัติดีเยี่ยมหลายประการ เช่นสมบัติการนำไฟฟ้าและนำความร้อนดีเยี่ยมทนต่อการผุกร่อน แข็งแรง ดึงเป็นเส้นและตีเป็นแผ่นบางๆ ได้

การค้นพบ
โลหะทองแดงรู้จักรกันตั้งแต่ก่อนประวัติศาสตร์ และได้มีการนำมาใช้ประโยชน์มากกว่า 6,000 ปีแล้ว ถึงแม้จะมีหลักฐานค่อนข้างแน่ชัด ว่ามนุษย์เรารู้จักเอาทองคำ และเหล็กมาใช้ก่อนทองแดง แต่ก็เป็นที่มั่นใจได้ว่าทองแดงมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยพัฒนา วัฒนธรรมในสมัยโบราณ

แหล่งที่พบ
โลหะทองแดงในรูปธาตุอิสระพบได้ในธรรมชาติ และในหลายแห่งของโลกเรา เคยมีในปริมาณสูง แต่ปัจจุบันทองแดงในแหล่งเหล่านี้ได้มีการขุดนำมาใช้ประโยชน์เกือบหมดแล้ว ที่เหลือมีอยู่เพียงไม่กี่แห่งและแห่งหนึ่งที่มีปริมาณสูงพอในเชิงพาณิชย์อยู่ที่รัฐมิชิแกน สหรัฐอเมริกา ทองแดงในรูปสารประกอบซึ่งส่วนใหญ่รวมกับเหล็ก กำมะถัน คาร์บอนและออกซิเจนมีกระจายทั่วไปตามที่ต่างๆ ของโลกเรา แร่ทองแดงที่พบมีประมาณ 165 ชนิด แต่ส่วนใหญ่มีปริมาณของทองแดงต่ำ (ที่มีทองแดงสูงได้ขุดขึ้นมาใช้จนเกือบหมดแล้ว) เหลือที่สำคัญในเชิงพานิชมีประมาณ 12 ชนิด และทองแดงมากกกว่า 35 % มาจากแร่เพียง 6 ชนิดเท่านั้น

สมบัติทางกายภาพ

ทองแดงบริสุทธิ์มีสีแดงมีความแวววาว มีความแข็งและเหนียว สามารถดึงออกเป็นเส้นและตีเป็นแผ่นบางๆได้มีสมบัติการนำไฟฟ้าและความร้อนดีเยี่ยม (เป็นที่สองรองจากโลหะเงิน)สมบัติทางกายภาพอื่นๆของทองแดงรวมไว้ในตาราง

แพลททินัม Platinum (Pt)

แพลททินัม เป็นหนึ่งในจำนวน 6 ธาตุ ในหมู่ VIII ของตารางธาตุซึ่งธาตุทั้งหมดมีคุณสมบัติใกล้เคียงกันและนิยมเรียดว่าธาตุตระกูลแพลททินัม หรือธาตุหมู่

แพลททินัม
แพลททินัม เป็นโลหะที่มีค่าอย่างหนึ่ง มีราคาสูงการทองคำ และมีคุณสมบัติคล้ายทองคำหลายอย่าง ผิวมีสีขาวเงิน(Silver white) และเป็นมันวาวตลอดเวลา ทำให้เป็นรูปทรงต่างๆได้ง่าย มีความแข็งแรงและมีน้ำหนักมากกว่าทอง
ทองคำขาวนิยมใช้กันมากได้แก่ การทำเครื่องประดับอัญมณี (Jewelry)
ในด้านอุตสาหกรรม แพลททินัม นับเป็นตัวเร่งปฏิกิริยา(Catalyst) ที่มีค่ามากอย่างหนึ่งตัวเร่งปฏิกิริยาเป็นตัวเร่งให้เกิดปฏิกิริยาเคมีอย่างรวดเร็ว แพลททินัมใช้เป็นตัวเร่ง ในการกลั่นน้ำมัน (Oil refining) และเป็นตัวเร่งในการทำกรด ไนตริก (Nitric acid) แพลททินัมมักพบในกรวดหินบางชนิด กระจายอยู่เป็นเม็ดเล็กๆ (Small grains) การแยกโลหะแพลททินัมสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายมาก

การค้นพบ
Julius Caesar Scaliger ในปี ค.ศ. 1557 ได้เขียนถึงสารๆหนึ่งที่พบในเหมืองอเมริกากลาง ว่าไม่สามารถหลอมด้วยไฟหรือวิธีการอื่นๆ ที่ทราบในสมัยนั้นตามหลักฐานที่ปรากฏน่าจะเป็นแพลททินัม
ในกลางศตวรรษที่ 18 มีการอ้างอิงถึง Platina ว่าเป็นสารปนเปื้อนหรือสารที่ไม่ต้องการตามเหมืองในประเทศโคลัมเบียในปัจจุบัน
William Brownring แพทย์ชาวอังกฤษได้ทำการทดลองเกี่ยวกับธาตุนี้และได้รายงานผลกับ Royal Society ของอังกฤษในปี ค.ศ. 1750
ในปี ค.ศ. 1755 De I’Isle สามารถหลอมแพลททินัมที่สกัดเอาเหล็กและทรายออกแล้ว โดยใช้ aqua regia ให้ตกตะกอนเป็น ammonium cholroplatinate แล้วตะกอนที่ได้นี้นำไปเผา
ในปี ค.ศ. 1803 W.H.Wollaston ชาวอังกฤษ ก็สามารถเตรียมแพลททินัมบริสุทธิ์ได้ โดยการศึกษาสารละลาย aqua regia ของแพลททินัมที่ไม่บริสุทธิ์อย่างละเอียด ซึ่งผลจากการศึกษานี้เขาได้พบแร่ใหม่อีก 2 ธาตุ คือแพลเลเดี่ยม (Pd) และโรเดียม (Rh) ด้วย Platinum มาจากคำสเปน platina แปลว่า silver (เงิน)

แหล่งที่พบ

โลหะแพลททินัมส่วนใหญ่พบในรูปของโลหะเจือของโลหะตระกูลแพลททินัม เป็นองค์ประกอบหลัก และปะปนกับสินแร่ทองแดงและนิกเกิล (ในรูปของซัลไฟล์) นอกจากนี้แล้วยังมีทองคำและเงินปะปนอยู่ด้วยแหล่งแพลททินัมที่สำคัญอยู่ในประเทศแคนาดา แอฟริกาใต้ และสาธารณรัฐรัสเซีย และที่รองลงมาได้แก่ ประเทศโคลัมเบีย ในทวีปอเมริกาใต้ และสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอลาสกา (Alaska)
แพลททินัมมัพบในรูปของสารประกอบเช่นกัน แต่ไม่มากนัก ที่สำคัญไดแก่ (PtS3),cooperite(PtS) และ braggite มีการประมาณการว่าเปลือกโลกของเรามีแพลททินัมประมาณ 0.005 ppm

สังกะสี Zinc (Zn)

สังกะสีเป็นโลหะโครงสร้างที่มีความสำคัญมากเป็นลำดับ 4 รองจาก เหล็กกล้า อลูมิเนียมและทองแดง เนื่องจากสังกะสีมีเลขออกซิเดชั่นเพียงคำเดียว คือ +2 และขาดคุณสมบัติทั่วไปของธาตุทรานซิชั่น ในปัจจุบันจึงไม่จัดสังกะสีเป็นโลหะทรานซิชั่น เเต่เรียกว่าเป็นธาตุหลังทรานซัชั่น (Post transition element)
สังกะสี เป็นโลหะที่นำมาใช้กันมาก ในรูปของโลหะผสม โลหะผสมที่สำคัญที่สุดคือ ทองเหลือง (Brass) ซึ่งเป็นโลหะผสมระหว่างทองแดงกับสังกะสี โลหะที่นำมาใช้อีกมากได้แก่ โลหะสังกะสีผสมอลูมิเนียมใช้ในการหล่อแม่แบบโลหะ (Metal mold หรือ die) กรรมวิธีในการหล่อโลหะแบบนี้เรียกว่า Die casting ชิ้นส่วนรถยนต์บางอย่าง เครื่องใช้หลายอย่างเช่น เครื่องซักผ้า (Washing machines) ก็ทำด้วยโลหะผสมชนิดนี้ เรียกว่า diecast alloys สังกะสี มีความทนทานในการเกิดสนิมและสึกกร่อนได้ดีมาก ดังนั้นจึงนำถูกไปใช้การเคลือบผิวเหล็กกล้า ซึ่งเรียกว่า Galvanizing นอกจากนั้นก็ใช้ทำแผ่นธาตุ (Zine blande) ของหม้อแบตเตอรี่แห้ง (Dry batteries)
แร่ที่สำคัญของสังกะสีได้แก่ แร่ซิงค์เบรนด์ (Zine blande) หรือสฟาเลอไรต์ (Spalerite) ซึ่งเป็นแร่ซัลไฟด์
การค้นพบ
มนุษย์นำสังกะสีมาใช้ประโยชน์เป็นเวลาช้านานแล้ว แต่การรูจักสังกะสีในรูปของโลหะหรือธาตุอิสระเกิดหลังนานมากแล้ว เมื่อเทียบกับทองแดงและตะกั่ว เพราะในสมัยโบราณนิยมใช้สังกะสีในรูปของโลหะเจือ
เริ่มมีการถลุงและสกัดสังกะสีที่ไม่บริสุทธิ์ในประเทศจีนและอินเดียประมาณ ปี ค.ศ. 1000 และได้มีการนำสังกะสีค่อนข้างบริสุทธิ์ (เรียกว่า slab zinc หรือ spelter) เข้าไปในยุโรป ในศตวรรษที่ 17 ซึ่งในขณะนั้นยังไม่ไดมีชื่อเป็นทางการกับโลหะนี้ แต่ได้มีการเรียกชื่อต่างๆ กันเช่น Indian tin,tatanego,Calamine หรือ Spiauter ในปี ค.ศ. 1697 Lohneys มีคนเรียกว่า “Zink” ซึ่งต่อมากลายเป็น “Zinc”

แหล่งที่พบ
สังกะสีไม่พบในรูปธาตุอิสระ เปลือกโลกของเราประกอบด้วย สังกะสีประมาณ 120 g / ตันโดยทั่วไปอยู่ในรูปของซัลไฟด์ เรียกว่า Spalerite หรือ Zinc blande และมักปะปนอยู่กับซัลไฟด์ ของโลหะอื่นๆ เช่น เหล็ก ตะกั่วแคดเมี่ยมและทองแดงสินแร่ของสังกะสี มีการกระจายทั่วไปและแหล่งที่สำคัญ ได้แก่บริติชโคลัมเบีย ในแคนาดา หลายรัฐในอเมริกา เปรู ออสเตรเรีย โปแลนด์ และญี่ปุ่น


Tags: , ,
1 Star2 Stars3 Stars4 Stars5 Stars (No Ratings Yet)
Loading...

Leave a Reply