13 June 2011ทำไม?ดังแล้วต้องแยกวง

เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนจริงๆที่วงดนตรีทั่วโลกไม่เว้นแต่ประเทศไทย ที่วงดนตรีพอดังแล้วต้องแยกวง มีหลายวงที่ผมเสียดายมาก ไม่อยากให้แยกวงเลยอ่ะ แต่แล้วที่ผ่านมาเหตุผลของศิลปินที่มีผลต่อการแยกวงก็มี

  • คิดไม่ตรงกัน
  • รายได้ไม่เท่ากัน
  • มีเวลาไม่ตรงกัน
  • ชื่อเสียงที่ได้นั้นไม่เท่ากัน
  • ผลประโยชน์ของวงที่ได้ไม่เท่ากัน
  • ขาดความสามัคคีในวง
  • เอาผลประโยชน์มาแทนที่ความรักในดนตรีของตัวเอง

นี่คงเป็นเหตุผลที่ผมเห็นตามข่าวที่มีต่อวงต่างๆที่มีข่าวแยกวงกัน ซึ่งมันไม่แฟร์ต่อแฟนเพลงเลย จะแยกกันทำไมน้อ คนฟังเพลงหลายๆคนรวมทั้งผมก็เสียดายวงดนตรีในดวงใจของผมหลายๆวง ต้องแยกกัน ลองมานั่งคิดเล่นๆว่าทำไม ยังไง แล้วมีวงอะไรบ้าง(เฉพาะในประเทศไทย) มีวงอะไรบ้าง

1.Loso

วงLoso

“โลโซ” วงร็อคเลือดไทย ที่มีงานในสไตล์ของตัวเอง เป็นวงร็อค สามชิ้น ใช้เครื่องดนตรี คือ กีตาร์ เบส และกลอง มีสมาชิก 3 คน คือ “เสก” เสกสรร ศุขพิมาย เป็นมือกีตาร์และร้องนำ , “ใหญ่” กิตติศักดิ์ โครตคำ เป็นมือกลอง และ “รัฐ” อภิรัฐ สุขจิตร เป็นมือเบส เมื่อมาถึงอัลบั้มชุดที่สาม ที่ใช้ชื่อว่า “ROCK &ROLL” มีการเปลี่ยนแปลงสมาชิกหนึ่งคน คือ มี “กลาง” ณัฐพล สุนทรานู ทำหน้าที่มือเบสแทน “รัฐ” งานของ “โลโซ” ทุกชุด ได้รับการตอบรับอย่างดี จากคนฟัง จุดเด่นของพวกเขาอยู่ที่สไตล์เฉพาะตัว ของร็อค แบบไทยๆ บวกกับเสียงและสไตล์การร้องของ “เสก” ซึ่งเป็นทั้งนักร้องนำ มือกีตาร์ และคนเขียนเนื้อเพลงทั้งหมด

2.Fly

วงfly

ก่อนที่จะมาเป็น Fly ในวันนี้..พวกเขาสั่งสมประสบการณ์ ด้านดนตรีร่วมกันมานาน เริ่มจากการตั้งวงและเล่นดนตรี อยู่ที่เชียงใหม่ เมื่อมีโอกาสจึงเข้ามาเล่นในกรุงเทพฯ เล่นดนตรี อยู่ที่ผับชื่อ “นิวเคลียส”ได้ปีกว่า ก่อนที่จะย้ายไป เล่นที่โคล่า มิวสิคฮอล อีก 2 ปี หลังจากนั้นจึงย้ายไปเล่นที่ ผับในเชียงใหม่อีกครั้ง ก่อนจะกลับมาเล่นประจำที่ Hollywood Place และทำเพลง เดโมไปเสนอค่ายเทป
Fly กลุ่มนักดนตรีตัวจริง..ที่ประกอบไปด้วยสมาชิก 6 คน คือ อี๊ด แจ็ค วิน ชาลี เท็น และ อ๊อฟ
ปี 2539 Fly มีงานอัลบั้มแรกที่ชื่อว่า “12 ปีก” ออกมาสร้าง กระแส และพลิกสไตล์วงดนตรีร็อคในเมืองไทย ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ของแฟชั่น ภาพลักษณ์ รวมไปถึงเสียงร้องและดนตรีที่เป็นแบบฉบับ ของพวกเขา ต่อมาต้นปี 2540 พวกเขาได้นำเพลงจากอัลบั้มแรกมา เรียบเรียงใหม่และนำเสนอในแนวอะคูสติก ตามชื่ออัลบั้ม ว่า “Fly Acoustic” “แมลงเพลง” เป็นอัลบั้มที่ตามมา ในปี 2541 และล่าสุด ปี 2543 อัลบั้มต้อนรับสหัสวรรษ “Fly 2 K” ก็ออกมา อัลบั้มชุดนี้ได้รวมเอาจุดเด่นจากทุก ชุดมาไว้ด้วยกัน ทำให้เพลงมีความหลากหลาย แต่ก็ไม่ลืม ที่จะรักษาความเป็น Fly ไว้อย่างชัดเจน

3.Silly Fools

วงSilly fools

ซิลลี่ ฟูลส์ (Silly Fools) วงดนตรีสัญชาติไทย เป็นวงดนตรีที่ได้ประสบความสำเร็จมาแล้ววงหนึ่ง วงนี้ได้ถูกเรียกเป็นวง ร็อกสมัยใหม่
หลังจากอัลบั้มชุดแรก ก็เป็นที่จับตามองอย่างกว้างขวาง เนื่องจากเป็นวงดนตรีRock รุ่นใหม่ที่มีฝีมือ และ ในปี 2541 silly fools ได้นำ demo ไปนำเสนอกับค่ายมอร์มิวสิค/แกรมมี่ Silly Fools จึงได้ออกอัลบั้มเต็มเป็นอัลบั้มแรก ชื่อว่า I.Q. 180 ซึ่งไม่ค่อยได้รับความนิยมเท่าไหร่ ในปี 2542 ได้มีการเปลี่ยนสมาชิกในตำแหน่งมือกลองภายในวงเกิดขึ้น โดยที่ 2 ชุดแรก คือ E.P. และ I.Q. 180 ตำแหน่งกลองคือ เต้ย กอบภพ ใบแย้ม ได้เปลี่ยนมาเป็น ต่อ ต่อตระกูล ใบเงิน และได้ออกอัลบั้มชุด Candyman ซึ่งอัลบั้มนี้เป็นอัลบั้มที่ทำให้ Silly Fools เป็นที่รู้จักของชาวร็อคทั้งประเทศ และมียอดขายถล่มทลาย และได้กลายเป็นวงร็อคระดับหัวแถวของประเทศทันที เพลงที่ดังตลอดกาลของ Silly Fools อัลบั้มนี้คือ อย่าบอกว่ารัก และ ไหนว่าจะไม่หลอกกัน ในปี 2543 Silly Fools ได้ออกอัลบั้ม Mint ซึ่งอัลบั้มนี้ Silly Fools ได้กลายเป็นวงร็อคอันดับ 1 ของประเทศอย่างแน่นอน อัลบั้มนี้ได้รับการตอบรับตั้งแต่ยังไม่ได้วางแผง เพลงที่ดังตลอดกาลของ Silly Fools อัลบั้มนี้คือ จิ๊จ๊ะ-คิดถึง และ เพลงนี้เกี่ยวกับความรัก ในปี 2545 Silly Fools ได้ออกอัลบั้ม Juicy อัลบั้มนี้เพิ่มความหนักของเนื้อเพลง และดนตรีมากขึ้นกว่าฉบับก่อน แต่ไม่หนักมากเหมือนอัลบั้มแรกๆ (E.P. – i.q. 180) เพลงดังตลอดกาลของ Silly Fools อัลบั้มนี้คือ บ้าบอ-วัดใจ-ขี้หึง-หน้าไม่อาย และ ผิดที่ไว้ใจ ในปี 2547 Silly Fools ได้ออกอัลบั้ม King Size เพลงดังตลอดกาลของ Silly Fools อัลบั้มนี้คือ แล้วแต่แป๊ะ-น้ำลาย-คนที่ฆ่าฉัน ในปี 2549 เกิดเหตุการณ์ช็อคชาวร็อคทั่วประเทศ เมื่อ โต นักร้องนำ Silly Fools ได้ออกมาแถลงข่าวเรื่องออกจากวง เนื่องจากเหตุผลส่วนตัวบางอย่าง จึงทำให้เหลือ 3 คน คือ ต้น ต่อ หรั่ง ซึ่งประกาศอยู่ด้วยกันต่อ

4.Crescendo

วงCrescendo

เครสเชนโด้ (Crescendo) เป็นซูเปอร์กรุ๊ปวงหนึ่ง ที่กำเนิดจากการรวมตัวของนักดนตรีฝีมือจากหลากหลายวง ไม่ว่าจะเป็น พีระพัฒน์ เถรว่อง (บี) นักร้องนำจากวง “อาร์อาร์อาร์แอนด์บี” ,นรเทพ มาแสง (นอ) มือเบสจากวง “พอส” และ “ทีโบน” ,เอกพงศ์ เชิดธรรม มือกลองจากวง “ซีเปีย” ธีรพงษ์ พิลึก เคยมีผลงานร่วมกับ “โยคีเพลย์บอย” มาก่อน และ ชินพัฒน์ หงส์อัมพร ที่มีประสบการณ์ทางดนตรีไม่น้อยเช่นกัน เครสเชนโด้มีเพลงดังอย่าง “ความจริงในใจ” และ “ดินแดนแห่งความรัก” เหล่าสมาชิกวงนี้ ได้เคยให้สัมภาษณ์ว่า เครสเชนโด้ เป็นคำทางด้านดนตรีในภาษาอิตาเลียน ที่มีความหมายว่า “ค่อยๆ ดังขึ้นเรื่อยๆ”
ต่อมา บี พีระพัฒน์ นักร้องนำได้ถูกเชิญออกไปจากการเป็นสมาชิกของวง เพราะมักจะรับงานเดี่ยวโดยไม่แจ้งวง [ต้องการอ้างอิง] โดยให้เหตุผลว่าเนื่องจากต้องการทำแนวดนตรีที่แตกต่างออกไป ซึ่งในอัลบั้มชุดสุดท้ายได้ใช้ชื่อศิลปินว่า Be & Crescendo ซึ่งหมายความว่าได้มีการแบ่งการทำงานไปตามสัดส่วนแยกจากกัน

5.Y Not 7

วงY Not 7

วายน็อตเซเว่น (อังกฤษ: Y Not 7) เป็นวงดนตรีร็อกในแนวอัลเทอร์เนทีฟสัญชาติไทยมีเพลงดังอย่างเพลง “เรื่องขี้หมา” สมาชิกวงวายน็อตเซเว่นประกอบไปด้วย เหน่ง เกษม วงศ์สรรคกร (ร้องนำ), กอล์ฟ รุ่งโรจน์ ผลหว้า (เบส), เชษฐ์ พิเชษฐ์ เครือวัลย์ (กีต้าร์), ก้อย ธานี พรหมศรี (กีต้าร์) และ ไก่ ณกรณ์ จุ้ยนุชศิลป์ (กลอง)
ทิ้งรักลงแม่น้ำ,เรื่องขี้หมา,เกลียดความสงสาร,ชู้รัก ฯลฯ และอีกหลายเพลง ที่ทำให้คนฟังได้รู้จักวงดนตรีร็อกแถวหน้าของเมืองไทย Ynot7

Ynot7….ทำไมไม่เจ็ด?
วงดนตรีร็อกมากฝีมือที่มีความน่าสนใจตั้งแต่ชื่อวง มากฝีมือทั้งการผลิตผลงาน,บันทึกเสียง รวมถึงการแสดงสดที่เป็นเอกลักษณ์หาตัวจับได้ยาก

เหน่ง ร้องนำ (เกษม วงศ์สรรคกร) – หลายคนจะจำน้ำเสียงแหบพร่าแต่นุ่มนวล ดุดัน แต่ขี้เล่น ถ้าได้ยินเสียงของเขา ภาพหนุ่มผมยาว กางเกงขาสั้น ถือโทรโข่ง ก็จะลอยมา

กอล์ฟ เบสส์ (รุ่งโรจน์ ผลหว้า) – แกนหลักของวง กำหนดทุกแนวทางความเป็นมาเป็นไปให้ Ynot7 มีทิศทางทางดนตรีที่มีรูปแบบไม่ซ้ำใคร เป็นโปรดิวเซอร์ที่นักร้องหลายคนอยากให้โปรดิวซ์งานให้ หลังจากเห็นความสำเร็จของปาล์มมี่ที่เขาทำไว้

ไก่ กลอง (ณกรณ์ จุ้ยนุชศิลป์) – ถ้าเสียงกลองเปรียบเสมือนเสียงหัวใจของเพลง มือกลองคนนี้ ก็ทำให้ทุกบทเพลงของ Ynot7 มีหัวใจที่สมบูรณ์แข็งแรงเช่นกัน

เชษฐ์ กีต้าร์ (พิเชษฐ์ เครือวัลย์) – คงจะเป็นเรื่องน่าแปลกใจ หากสิบอันดับมือกีต้าร์ระดับต้นๆของเมืองไทย ขาดชื่อผู้ชายคนนี้ไป ผู้ที่ยังส่งเสียงกีต้าร์สนับสนุนให้ทุกคอนเสิร์ตของอัสนี โชติกุล จนถึงทุกวันนี้

ก้อย กีต้าร์ (ธานี พรหมศรี ) – มีคนเคยบอกว่า “ต่อให้เอากีต้าร์ยี่ห้ออะไรก็ได้หรือตู้แอมป์อะไรก็ได้มาให้ก้อยเล่น เขาก็จะปรับเสียงกีต้าร์รวมถึงน้ำหนักการเล่นจนได้เสียงที่เป็นแบบเดิม เหมือนเดิมได้ทุกครั้ง” คุณจะเชื่อคำพูดที่ดูเกินจริงนี้หรือไม่?

6.Endorphine

วงEndorphine

ชื่อวงเอ็นโดรฟิน (Endorphine) เกิดขึ้นจากเป็นความบังเอิญ ในระหว่างที่วงเอ็นโดรฟินกำลังอยู่ในช่วงเดินทางประกวด พวกเขากำลังขับรถไปด้วยกัน แต่พวกเขายังไม่มีชื่อวง ในตอนนั้นระหว่างรถกำลังติดไฟแดงอยู่ แล้วสายตาก็พลันไปเห็นด้านหลังของรถคันข้างหน้า ติดสติกเกอร์ที่เขียนคำว่า “Endorphin” ที่แปลว่า สารเอ็นดอร์ฟิน สารในร่างกายมนุษย์ ที่ผลิตออกมาเพื่อให้เกิดความสุข เมื่อลงความเห็นว่า เป็นชื่อที่มีความหมายดี จึงนำมาตั้งเป็นชื่อวง
วงเอ็นโดรฟิน เริ่มต้นจาก อนุชา บ่อทองคำกุล (เกี้ย) และ ฐปพล อมรมานัส (บอมบ์) รู้จักกันมา 7 ปี ตั้งใจที่จะตั้งเป็นวงดนตรี แต่ในขณะนั้นเอง มือเบสของวง ได้ขอออกไปเรียนต่อ จึงได้เชิญ ธนัศม์ อมรมานัส (เบิร์ด) และไปประกวดตามเวทีต่างๆ ด้วยกัน
ทางด้าน ธนิดา ธรรมวิมล (ดา,ลูกตาล) ได้เข้าวงเนื่องจากเจอกันที่เวทีที่เซ็นเตอร์พอยท์, สยามสแควร์ จึงชวนเข้ามาร่วมวง โดยในขณะนั้น เกี้ย, บอมบ์ และ เบิร์ด กำลังศึกษาในระดับ มัธยมปลาย ส่วน ดา กำลังศึกษาในระดับ มัธยมศึกษาตอนต้น
ในตอนแรก บอมบ์ ได้วางแผนเอาไว้ว่า จะมีนักร้องนำเป็นผู้ชาย แต่เมื่อพอได้ยินเสียง จึงรู้สึกได้ว่า ดา เป็นผู้หญิงที่มี 2 ลักษณะในตนเอง คือ หวาน ก็ได้ หรือ ร็อก ก็ได้ จึงทำให้ได้วงที่มีส่วนผสมลงตัวอย่างดี

7.หมีพู

วงหมีพู

เพลงรักใส ๆ สไตล์หนุ่มขี้อาย ที่ใคร ๆ ก็พูดถึงกับเรื่องแอบรักใครคนหนึ่ง แต่ไม่กล้าบอกเธอ เด็กหนุ่มกลุ่มหนึ่งจากสถาบันราชภัฏบ้านสมเด็จฯ นำ “แค่บอกว่ารักเธอ” มาร้องในรอบชิงชนะเลิศ เวทีประกวด V FM Music Knock Out เมื่อ 3 ปีก่อน และที่มาของชื่อวง ก็มาจากตัวหมีบนกระเป๋าของเธอคนนั้นในเพลงนั่นเอง “ เพลงนี้เขียนไว้เมื่อ 4 ปีที่แล้ว อารมณ์ประมาณว่า รักน้องคนหนึ่งแล้วไม่กล้าบอกเขา ก็เก็บไว้แล้วเอามาเล่นให้คนในวงฟัง ทุกคนชอบเพลงนี้จริง ๆ เพลงนี้ไม่จำเป็นต้องเป็นการบอกรักของคนหนุ่มสาว อาจจะเป็นพ่อแม่หรือใครก็ได้ เพลงนี้ต้องการบอกว่า แค่รู้สึกอย่างเดียวไม่พอนะ ต้องพูดด้วยน่ะ เขาถึงจะรู้ ” << สมาชิก”MEEPOOH”กล่าว >>
แค่บอกว่ารักเธอ อยู่ใน Interlude 2 ส่วนอลบั้มเต็มจะออกเร็ว ๆ นี้ แต่จะมีการเปลี่ยนนักร้องนำ เพราะติดสัญญากับบริษัทอื่น

ผลงานชุดแรกของปี 2546 จาก อินดี้คาเฟ่ ของศิลปิน หมีพูห์ ใช้ชื่ออัลบั้มว่า PooL ซึ่งหมายถึงการทำงานร่วมกันสำหรับอัลบั้มชุดนี้ทั้งสี่หนุ่มสมาชิกวงหมีพูห์ ที่ประกอบไปด้วย เอก – สุชาติ เพิ่มพูนปฏิพัทธ์, เบย์ – อภิชาติ เพิ่มพูนปฏิพัทธ์, โย – อัศวิน พรหมสวัสดิ์ และ หนุ่ย – สมพล คำนาค นักร้องนำคนใหม่ของวง ร่วมกันใช้เวลาทำงานในห้องอัดนานกว่า 6 เดือน ซึ่งการทำงานในอัลบั้มชุดนี้สมาชิกทุกคนมีการแบ่งหน้าที่และเน้นการทำงานเป็นทีมอย่างชัดเจนจนกลายเป็นแนวคิดชื่ออัลบั้มที่ใช้คำว่า PooL ภายใต้การดูแลของโปรดิวเซอร์ คือ ต๋อง – ทรงวุฒิ เกียรติเวชธรรม

8.Peacemaker

วงPeacemaker

ก่อนที่จะมาเป็นชื่อวง Peacemaker นั้น ทั้ง 2 คนเคยใช้ชื่อวงว่า Green tea มาก่อน แต่ด้วยความที่อยากให้ชื่อวงฟังดูเข้มแข็งยิ่งขึ้น ทั้งคู่จึงเลือกที่จะใช้ชื่อ Peacemaker ที่แปลว่า ผู้รักษาสันติภาพ โดยให้เหตุผลว่า โลกนี้ไม่ควรสร้างเสรีภาพด้วยสงคราม แต่ควรสร้างเสรีภาพกันด้วยเสียงเพลงมากกว่า
“พีท” หนุ่มผมยาวลูกเสี้ยวเยอรมัน กับบุคลิกที่เรียบง่ายและเงียบขรึม เริ่มเล่นกีตาร์ตั้งแต่อายุ 18 ปี แต่ลีลาการเล่นกีตาร์ที่จัดจ้านแตกต่างกับบุคลิกของเขา เก็บเกี่ยวประสบการณ์เล่นดนตรีกลางคืน เป็นเวลากว่า 4 ปี ส่วน ”บอย” เริ่มทำตามความฝันของตัวเอง ด้วยการร้องเพลงในร้านอาหาร จนไปสะดุดหูทีมงานของ เบเกอรี่ มิวสิก เข้า และได้ร่วมร้องเพลง “หัวใจผูกกัน” ในอัลบั้ม “Million Ways to Love Part 1” ของนักแต่งเพลงชื่อดัง บอย โกสิยพงษ์
หลังนั้นไม่นาน โปรดิวเซอร์ที่ทำงานในบริษัท แกรมมี่ ได้มาดูการเล่นดนตรีและร้องเพลงของพวกเขา จึงเห็นความสามารถติดต่อเซ็นสัญญาให้เป็นศิลปินในสังกัด กรีนบีนส์ จนมีผลงานเพลงพิเศษที่ใช้ชื่อว่า กรีนไลท์โปรเจ็กต์ อัลบั้มที่รวบรวบศิลปินหน้าใหม่มากความสามารถ โดย ”บอย” ได้ร้องเพลง ”คิดถึง” เพลงช้าซึ้งที่สร้างกระแสความฮิตไปทั่ว และเพลงน่ารักๆ อย่างเพลง ”อย่าคิดเลย” ของหนุ่ม ”พีท”

9.Clash

วงClash

ประวัติความเป็นมา วงดนตรีร็อคหน้าใหม่และมีสไตล์เป็นของตัวเอง รวมตัวกันครั้งแรก ในชื่อวง LUCIFER เพื่อเข้าประกวด Hot Wave Music Awards ครั้งที่ 2 และ 3 ตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมที่ราชวินิต บางแก้ว พร้อมคว้าหลายรางวัลจากการประกวด หลังจากนั้น พวกเขามีโอกาสทำอัลบั้มแรกกับสังกัด อัพจี ที่ใช้ชื่อว่า ONE พร้อมเพลง “กอด” เป็นเพลงเปิดตัวของพวกเขา ซึ่งเป็น ฝีมือการแต่ง ทั้งเนื้อร้องและทำนองของ “แบงค์” นักร้องนำ และเรียบเรียงด้วยฝีมือของพวกเขาเองทั้งหมด กับเนื้อหาอบอุ่น จริงใจที่มีต่อใครคนหนึ่ง และกลายเป็นเพลงแจ้งเกิดของพวกเขา ในเวลาต่อมา พร้อมรางวัลจาก “สีสัน อะวอร์ดส์” สาขาเพลงร็อคยอดเยี่ยม จากเพลง “Love Scene” ในปี 2545 เป็นเครื่องการันตี วันนี้ 5 หนุ่มวงแคลช กลับมาอีกครั้งกับความตั้งใจ ที่จะสร้างทางเลือกใหม่ให้กับวงการดนตรี ด้วยผลงานอันดับที่ 2 “Soundshake” ที่ผ่านการคิดทุกขั้นตอน จากมันสมองของพวกเขา รวมทั้งเรียบเรียงเพลงเอง เพื่อให้ได้ซาวนด์ดนตรีที่มีรายละเอียด ละเมียดละไม บวกกับน้ำสียงและลีลาที่โดดเด่นของ”แบงค์” นักร้องนำ ที่ได้ฝากฝีไม้ลายมือการแต่งเพลงไว้ถึง 7 เพลง “Soundshake” งานเพลงที่จะมาเขย่าหัวใจคนฟังให้สั่นสะท้าน ด้วยเพลงเปิดตัว “เธอจะอยู่กับฉันตลอดไป” และเพลง “ขอเช็คน้ำตา” ที่ฮิตติดชาร์ท ฮอตติดหูคนฟังไปทั่ว หลังจากประสบความสำเร็จอย่างมากมาย

10.Mr.Team

วงMr.Team

มีผับเปิดใหม่แห่งหนึ่งที่เชียงใหม่ วงดนตรีที่เล่นประจำในร้านตั้งชื่อวงว่า Mr.Team นักดนตรีหนึ่งในนั้นคือ ปู ธนศักดิ์ ศิริธร แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงสมาชิกในวงหลายคน แต่พวกเค้าก็ยังคงใช้ชื่อเดิม พวกเค้าก็ได้ตระเวนเล่นดนตรีตามผับในต่างจังหวัด เช่น เชียงใหม่
นครสวรรค์ พิษณุโลก นครราชสีมา สระบุรี อุบลราชธานีก่อนจะเล่นประจำที่ Wow Pub โรงแรมโซฟีเทล จังหวัดขอนแก่น ซึ่งทำให้มีคนเริ่มรู้จักวงนี้มากยิ่งขึ้น พวกเค้ากลับมากรุงเทพฯ และได้เล่นประจำที่ฟิวเจอร์ ผับ โรงแรม เจ้าพระยาปาร์ค ที่นั่น ผู้ดูแลวงได้ชวนให้ สมชัย ขำเลิศกุล มาดูการเล่นของพวกเขา
ในปี 2540 วงนี้ได้ส่งเทปวิดีโอบันทึกการแสดงให้กับค่ายเพลงโอม ชาตรี คงสุวรรณ ขณะนั้นกำลังก่อตั้งค่ายเพลง อาร์ พี จี ได้เห็นความสามารถ พวกเค้าจึงได้แจ้งเกิดในฐานะศิลปินกลุ่มแรกของค่ายและมีงานอัลบั้มแรกชื่อว่า Money Money
ด้วยความเข้มขันของดนตรีร็อค และจังหวะที่สนุกสนานของดนตรีแดนซ์ผสมผสานกับความเป็นไทย และเนื้อร้องร่วมสมัย ทำให้หลายเพลง
ในอัลบั้ม Money Money เช่น เพลง เจ้าช่อมาลี, ใจหายไปเลย,ไม่ต้องมีคำบรรยาย กลายเป็นเพลงยอดนิยม ส่งให้ Mr. Team เป็นวงดนตรีดาวรุ่งในพริบตา
ด้วยยอดขายถล่มทลาย จึงมีการออกอัลบั้มพิเศษ ชื่อ เจ้าช่อมาลีฟีเวอร์ ตามมาในเดือนพฤษภาคม 2543 โดยเอาเพลงจากอัลบั้มเดิมไปทำ
เป็นเวอร์ชั่นใหม่ บวกกับ เพลง แบ่งๆกันไป ที่เป็น demo นอกจากนี้ยังได้รับคำชมจากนักวิจารณ์ว่าเป็นวงดนตรีที่เพิ่มสีสัน ให้กับวงการเพลงไทย และเป็นวงดนตรีที่เล่นคอนเสิร์ตได้สนุกที่สุด
ในเดือน ก.ค. 2543 มีคอนเสิร์ตครั้งใหญ่ชื่อ“Mr.Team Live Shock ‘N’ Show In Bangkok”เป็นคอนเสิร์ตที่ทันสมัย และเป็นคอนเสิร์ตใหญ่งานเดียวของพวกเค้าบันทึกการแสดงสดในครั้งนั้น ถีอเป็นตำนานหนึ่งที่หลายคนยังคงจดจำ

วงดนตรีทั้งสิบที่ผมได้กล่าวมานั้นมีการแยกย้ายกันเป็นเรื่องเป็นราวให้แฟนเพลงเสียดายมาก ทั้งในเรื่องของดนตรีที่นิยม พอเปลี่ยนไป ความเป็นต้นฉบับที่เราชอบนั้นหายไปโดยสิ้นเชิง การแยกย้ายกันจึงไม่ได้มีผลดีเลย เพราะการเปลี่ยนแปลงบางครั้งมันก็ไม่ค่อยทำให้เราชื่นชอบในตัวตนใหม่ของเค้า เพราะเรารักในแบบฉบับเริ่มต้นแบบที่มีมา จะว่าไปก็เสียดายวงดนตรีเหล่านี้ที่วันนี้ต่างมีทางเดินของตัวเองกันไปแล้ว การกลับมารวมตัวกันอีกครั้งผมว่ามันไม่ง่ายเลยเมื่อดูจากปัญหาที่เกิดจากภายใน สิ่งที่จะทำให้วงดนตรีหรือสังคมดนตรีให้แน่นแฟ้น ความสามัคคี เป็นสิ่งสำคัญและการมีจุดยืนเดิมตั้งแต่แรกให้เหนียวแน่นที่สุด ก็จะไม่มีการแยกทางกันแน่นอน

 


Tags: , , , , ,
1 Star2 Stars3 Stars4 Stars5 Stars (No Ratings Yet)
Loading...

5 Responses to “ทำไม?ดังแล้วต้องแยกวง”

  1. iPattt says:

    Blog นี้ตัวหนังสือเยอะมาก 😀

  2. iPattt says:

    ขอเสนออีกประเด็นครับที่วงดนตรีบางวงแยกทางกัน
    เพราะบางคนอิ่มตัวในความสำเร็จแล้ว และยังมี “ความฝันตกค้าง” ที่แต่ละคนยังไม่ได้ทำครับ

    ชีวิตคนเราเกิดได้หนเดียว นักดนตรีผู้มากความสามารถนั้นก็เปรียบเสมือนนักเดินทางที่ต้อง
    ค้นหาสิ่งใหม่ๆไปเรื่อยๆ ทั้งนี้นักดนตรีจะมีความแตกต่างจากศิลปินพอสมควร
    ( ลองดู ความแตกต่างระหว่าง นักดนตรี กับศิลปิน link to ipattt.com )
    ดังนั้นถ้าเรามีความเป็นนักดนตรี มากกว่ามีความเป็นศิลปินก็ต้องเดินทางทำงานแบบ Experiment ไปเรื่อยๆ
    ในขณะที่ศิลปินเองจะตั้งมั่นอยู่ในทิศทางและสไตล์ที่มหาชนได้ซึมซับจุดยืนของเขาไปแล้ว

    ลองนึกว่าเราเป็นวง The Eagles และต้องเล่นเพลง Hotel California รอบที่ 5,000 ดูสิครับ 😛 ถ้าไม่ใช่ศิลปิน ผมทำไม่ได้นะ
    เพราะผมมีความเป็นนักดนตรีมากกว่า

  3. Duke says:

    สังเกตได้อย่างหนึ่งไม่ว่าวงไทยหรือวงเทศ ตำแหน่งที่มีการเปลี่ยนตัวบ่อยที่สุดมักจะเป็นมือกลอง ด้วยหลายสาเหตุ เช่น
    ทักษะไม่ดีพอที่จะก้าวต่อไปจึงโดนปลด
    มือกลองส่วนใหญ่มักจะเป็นสมาชิกที่มีบทบาทและความสามารถในการทำเพลงน้อยที่สุดหรือไม่มีเลย จึงมีความจำเป็นต่อวงน้อย
    ตัวมือกลองเองนั่นแหละที่เบื่อกับการใช้ชีวิตซ้ำๆ ในรูปแบบวงดนตรี

  4. plajazz says:

    โทรกลับผมด้วย

  5. Toller says:

    That is the right weblog for anybody who desires to find out about this topic. You realize so much its nearly onerous to argue with you (not that I actually would need…HaHa). You undoubtedly put a new spin on a topic thats been written about for years. Great stuff, simply great!

Leave a Reply