21 April 2011ประสบการณ์ตรงใน Office

วันนี้มีเรื่องราวที่อยากมาเล่าให้ฟังกันนะครับว่าการทำงานออฟฟิตนั้น สำหรับผมนั้นเป็นอย่างไร การได้ทำงานออฟฟิตนั้นเป็นเช่นไร ทำไมต้องง้อออฟฟิตมากมาย ซึ่งส่วนใหญ่จะกลัวที่จะออกมานั้นเพราะคำว่า

  • กลัวไม่มีเงินใช้
  • ภาระเยอะ
  • ออกไปกลัวไม่แน่นอน
  • ข้างนอกไม่มั่นคง

นี่คือข้อต่างๆที่คนส่วนใหญ่ไม่กล้าที่จะออกมาทำอะไรของตัวเองเพราะคำเหล่านี้มากั้น เพราะมีหลายคนมาคิดได้ตอนที่ตัวเองแก่ตัวลง อายุเยอะขึ้น จนไม่มีโอกาสทำอะไรเป็นของตัวเอง มารู้ตัวอีกทีตอนที่สายไป ผมเจอคนแบบนี้มาเยอะมาก มีคนพลาดมาหลายคนแล้ว
การทำงานสายอาชีพที่ตัวเองเรียนมานั้น บางคั้งมันไม่ได้เอามาใช้เสมอไป ที่จะเป็นสิ่งที่เรารัก หรือเป็นเพราะกระแสของชีวิตตอนนั้นสั่งให้เดินไปโดยไม่มีจุดหมาย ถึงมีจุดหมายก็ดูเลือนลางเหลือเกิน ในชีวิตคนจบใหม่ในตอนนั้น คิดแต่ว่าต้องทำให้ดีที่สุด การเป็นมนุษย์เงินเดือน ชีวิตที่ต้องแลกมาด้วยคุณภาพชีวิตกับเงินเดือนอันน้อยนิด หลายคนหลงเข้าวงเวียนนี้มามากมาย กว่าจะมาคิดได้มันก็สายไปแล้ว แต่ผมเองก็ถลำตัวเป็นพนักงานออฟฟิตมา 5 ปี พบว่า อย่าเชื่อใจคนในออฟฟิตเด็ดขาด ไม่มีความจริงใจเลยซักนิด ของผมเจอรุ่นพี่ในนั้น หน้าตาเหมือนคนไม่มีอะไร แต่พอเอาไปเอามาเป็นคนที่เลวสุดขั้วตอแหลสุดขีด เค้าทำงานมาสิบปี และเก่งคอมมาก ดเป็นที่ปรึกษาให้เจ้านายทั้งที่ตัวเองเลียเป็นอย่างเดียวดีแต่เกาะคนอื่นได้หน้า….อันนี้แค่ตัวเดียวนะครับ ในนั้นมีเป็นสิบๆตัวที่เลวไม่แพ้กัน สงสารเจ้านายเก่าของผมเองจริงๆที่มีแต่พวกชอบเลียเต็มไปหมด การดักสกัดดาวรุ่งเป็นเรื่องถนัดของคนพวกนี้ พอล้มมา รอซ้ำอย่างเดียว พวกนี้ส่วนใหญ่จะอยู่กันเกิน10ปี เลยเก๋าจัด
แต่ยังมีสิ่งนึงที่ผมประทับใจคือเจ้านายผมคนแรกและคนสุดท้าย เป็นที่ผมนับถือและเคารพตั้งแต่นาทีแรกและนาทีสุดท้ายที่ผมเดินออกมา นับว่าเป็นตัวอย่างของผู้บริหารยุคใหม่จริงๆ แต่คนในองค์กรณ์ใส่หน้ากากเข้าหากันจนทุกอย่างดูไม่จริงใจเอาซะเลย
จึงอยากฝากบอกคนที่จบใหม่ทุกท่าน ว่าการทำงานในออฟฟิตไม่ได้สบายอย่างที่เราคิด ก่อนจะทำคิดให้ดี แต่ถ้าคิดว่าลองดู ก็เชิญลอง และรีบค้นหาตัวเองให้เจอ แล้วทำในสิ่งที่รักของตัวเองอย่าให้สายจนเกินไป เวลาไม่เคยคอยใคร มีแต่นับถอยหลัง แต่เราต้องเดินหน้า งานในออฟฟิตจึงเหมาะแค่ให้คุณชิมลางกับสังคมมากกว่าการจมปลักเป็นเวลานาน
หลายคนยังเชื่อมั่นในองค์กรณ์หรือหน่วยงานที่ทำว่ามั่นคงแท้จริงแล้วตรงกันข้ามกับความเป็นจริง

และวัฏจักรของพนักงานออฟฟิตมีดังต่อไปนี้

  • เข้ามาทำงานด้วยความตั้งใจ
  • มีพลัง กำลังใจ ในการทำงาน ไฟแรง
  • มักจะโดนบั่นทอนจิตใจจากพวกเจ้าถิ่นที่อยู่ก่อน
  • เจอแต่คนหัวโบราณ ไม่เปิดรับอะไรใหม่ๆ เข้ามา
  • คอรัปชั่นกันในออฟฟิตที่ต้องเห็นแบบหน้าด้านๆ
  • สงครามประสาทระหว่างแผนกในออฟฟิต
  • การแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกัน
  • ต้องทนให้เจ้านายด่าเหมือนไม่ใช่คน
  • ทำงานล่วงเวลาแล้วไม่ได้เงิน
  • คุณภาพชีวิตตกต่ำ เงินเยอะขึ้นแต่คุรภาพชีวิตแย่ลง
  • การเดินทางไปกลับ รถติดเป็นเรื่องที่ต้องทน
  • ต้องประจบรุ่นพี่ และหัวหน้า
  • รอโบนัสอันน้อยนิดในบริษัท
  • ชีวิตช่วงหนึ่งขาดหายไป รู้ตัวเมื่อสาย
  • ชีวิตในห้องทำงานเยอะกว่าอยู่ในบ้าน
  • ต้องทนรับภาวะกดดันในนั้นจากคนรอบข้าง
  • งบประมาณน้อย แต่ต้องการงานระดับโลก

อันนี้แค่ยกตัวอย่างคร่าวๆนะครับยังมีอีกมากที่ผมเจอและเกลียดการทำงานออฟฟิตอย่างรุนแรง การเจอบ่อยๆจึงเป็นเรื่องที่เป็นทุกข์ของผมเลยก็ว่าได้ การทนทำมา 5 ปีนี้ได้เจอทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการโดนหลอกใช้จากรุ่นพี่ในออฟฟิต เจอคำนินทาจากพี่ที่เคารพในออฟฟิต มันรู้สึกแย่มาก ทำไมเราต้องทนล่ะ ผมเลยรีบหาตัวเองให้เจอแล้วทำอะไรเป็นของตัวเองรีบหา ให้พ้นตรงนี้ซะ ไม่งั้นป่านนี้ผมคงต้องประสาทกินแน่นอน เจอคนแย่ในออฟฟิตมากเกินไป

ใครจะทำงานออฟฟิตก็ทำไปครับ แต่ผม ชีวิตนี้คงไม่มีอีกต่อไปแล้ว…………………………….ชีวิตที่เกลียดบัตรตอก


Tags: , , , , , ,
1 Star2 Stars3 Stars4 Stars5 Stars (No Ratings Yet)
Loading...

5 Responses to “ประสบการณ์ตรงใน Office”

  1. gd_ab says:

    มันมีดี และไม่ดีอ่ะครับ ขึ้นอยู่กับปัจัยของแต่ละบุคคล
    อย่างของผม นี่เป็นทั้งพนักงาน (ลูกเจ้าของนะเนี่ย ยังต้องตอกบัตร สแกนนิ้วด้วย!!)
    และเป็น Freelance ด้วยในเวลาเดียวกัน

    ผมเป็น Freelance เพราะจำเป็น เป็นพนักงาน ก็โดนเชิญออก ว่างงาน ไปเรียนต่อ
    เรียนจบไม่มีงาน (ที่อื่นนะ) สุดท้ายเป้นฟรีแลนซ์ใช้วิชาชีพดั้งเดิมหาเงิน ก่อนพ่อตามตัวมาช่วยงาน

    ตอนนี้ทำงานสองงาน เหนื่อย โค ตร แต่ตอนนี้ทำงานใช้หนี้ T-T
    โดนเหมือนกับที่เล่ามาเลย

    อยากมีชีวิตแบบ 1-2-Call เหมือนกัน แต่ด้วยปัจจัยหลายๆอย่างเลยทำไม่ได้

    แต่ก็หาความสุขได้จากรอบๆตัว ก็เพียงพอแล้ว 🙂

    ps. ได้ฟัง iHear แล้วอยากไปแจมด้วยจริงๆ ไว้ขออนุมัติงบได้อาจจะซื้อ กีต้าร์หรือเบสไปแจมด้วยนะครับ 🙂 แต่ไม่ได้เล่นนานแล้ว อาจจะต้องขอคำชี้แนะบ้างนะครับ

  2. inattt says:

    ขอบคุณครับที่ให้อีกมุมนึงของแต่ละคนที่ต่างกันเลือกที่จะมีความสุขในแบบของตัวเอง

  3. เอ๋ says:

    หนูเพิ่งเรียนจบ ทำงานได้ประมาณ 10 เดือน หนูเจอแบบที่พี่เจอทุกอย่างเลยค่ะ เซ็งมาก กำลังคิดอยู่ว่าจะเอายังไงดี

  4. monkey says:

    แนะนำหน่อยครับ เรียนจบมา แต่ดันมาหากินกับการเล่นดนตรี ที่บ้านก้อมองว่าไม่มั่นคง
    มีแต่คนบอกให้ไปหางานทำ ทำมาแล้วหลายอย่างสุดท้ายลงเอยกับดนตรีอีกแล้ว

  5. Egypt says:

    Alghirt alright alright that’s exactly what I needed!

Leave a Reply