26 June 2013เทคโนโลยีทำลายศิลปะ

การเรียนศิลปะสมัยก่อนตั้งแต่ผมเกิดมา ก่อนที่จะมีวันนี้ที่มีเทคโนโลยีสมัยใหม่มากมายในตอนนี้ อุปกรณ์เสริมต่างๆที่ช่วยคนรุ่นใหม่ทุกวันนี้เด็กวาดรูปไม่เป็นก็ทำงานศิลปะได้ควรจะชี้ทางแนะแนวศิลปะให้เด็กได้ซึมซับไปควบคู่กันด้วยเพราะในอนาคตเด็กจะต้องไปสัมผัสกับงานแนวกราฟฟิคควรให้เด็กมีพื้นฐานในการเรียนรู้ แต่ก็อย่าลืมถึงพื้นฐานเกี่ยวกับศิลปะให้แน่นพอที่จะเรียนรู้มันอย่างแท้จริงแล้วเดินหน้าใช้เทคโนโลยีควบคู่ไปด้วย

  • Photoshop
  • COREL DRAW
  • Illustrator
  • FLASH

เพราะเครื่องมือสมัยใหม่มาแทนคนการทำงานกับบริษัทใหญ่ๆเงินเดือนสูงๆที่มีฝรั่งบริหารจะต้องตามยุคให้ทัน และต้องนำเสนอสิ่งใหม่ๆอยู่ตลอดเวลาไม่งั้นต้อง ถูกจ้างให้ออกเพราะผลงานไม่มีประสิทธิภาพการทำงานยุคเก่างานศิลปะ คนและทีมงานอย่างน้อย 3-5 คนปัจจุบันนี้ ใช้คน 1 คน เท่านั้นทำได้หมดครบวงจร แล้วงานดีกว่าใช้ คนทำด้วยงานศิลปะยุคเก่า

ผลงานเกี่ยวกับงานศิลปะ กับการออกแบบของผมครับ

ผลงานของผม Click

555447_2999973213132_2012293895_n

ห้องทำงานศิลปะสมัยก่อน จะประกอบไปด้วย

  1. ดินสอ
  2. กระดาษบรู้ป
  3. กระดานวาดรูป
  4. พู่กัน
  5. โต๊ะเขียนแบบ
  6. กระดาษอาร์ท
  7. สีน้ำ แม่สี
  8. สีไม้ 36 สี
  9. สีโปสเตอร์ Sakura แม่สี
  10. นิตโต้
  11. ปากกาเคมี
  12. หมึกอินเดียนอิงค์
  13. สมุดวาดเขียน
  14. กระป๋องล้างสี
  15. สเปรเคลีย
  16. สเปรกาว
  17. กระดาษแข็งสีดำ
  18. กาวลาเทค
  19. กรรไกร
  20. คัตเตอร์
  21. ยางลบ

นี่แค่บางส่วนที่นักเรียนศิลปะสมัยของผมต้องมีใช้ทำงานเมื่อสมัยสิบกว่าปีก่อนซึ่งตอนนี้ผมจำได้แม่นว่าต้องมีของอุปกรณ์เหล่านี้ในการเรียนศิลปะ การฝึกฝนทำงานศิลปะเป็นสิ่งจำเป้นมากพอๆกับการคิดงานที่จะทำ ค้นหาสิ่งใหม่ออกมาเป้นงานศิลปะที่สวยงามได้ แต่นักเรียนักศึกษาในปัจจุบันนั้นมีสิ่งเร้ามากกว่าแต่ก่อนให้ไปในทิศทางอื่นซึ่งทำให้ศิลปินในปัจจุบันของเราไม่ค่อยจะมีสมาธิในการทำงานศิลปะเท่าไหร่นักโดยเฉพาะศิลปินในกรุงเทพที่ต้องการหาแรงบันดาลใจแต่ก็ต้องเจอแต่ป่าปูนอันน่าเบื่อ

 

การเรียนศิลปะสมัยก่อน

งานศิลปะต้องเป็นงานที่ผ่านการคิด จินตนาการ ออกมาเป้นผลงานที่สวยงาม การลอกเลียนแบบจึงยาก เพราะไม่มีการลอกกันได้ง่ายๆ จึงไม่แปลกที่ในอินเตอร์เน็ตจะมีการลอกผลงานเอาไปเป้นของตัวเองแบบหน้าด้านๆ โลกเรายิ่งง่ายมากขึ้น การลอกเลียนแบบจึงง่ายเป็นเท่าตัว แต่ก่อนการหาแรงบันดาลใจในการสร้างงานมันต้องมาจากสิ่งรอบตัวในตอนนั้นของศิลปินที่สร้างงาน กว่าจะได้งานออกมาซึ่งตอนนี้เด็กรุ่นใหม่ หาแต่ใน Google เท่านั้น เห็นแต่ในจอไม่เจอกับของจริง ไม่ได้เห็นจริงจึงไม่สามารถตอบโจทย์ของงานนั้นได้เลย เพราะเห็นแต่รูปกับข้อมูลที่อยู่หน้าจอเท่านั้น อะไรที่ได้มาง่ายเกินไปมักทำให้เราเข้าใจสิ่งนั้นแค่ผิวเผินเท่านั้น

อันนี้เป็นการยกตัวอย่างของงานศิลปะที่วาดด้วยมือของพลอย อาชีวะเชียงใหม่หัวหน้าห้องของผมและเพื่อนๆครับ

ผมวาดเป็นของขวัญให้เพื่อน

ผมวาดเป็นของขวัญให้เพื่อน

“ของขวัญวันเกิด…จากเพื่อนๆ อาชีวะเชียงใหม่เมื่อตอนอายุได้ครบ 18 ปี (จำได้ว่าได้รับหลังจากย้ายไปอยู่ตึกใหม่แล้ว) XD

วันนั้นเมื่อ 11 ปีที่แล้วถึงแม้ว่าเราจะไม่ค่อยเฮฮาอะไรกับวันเกิดตัวเองนัก ไม่ได้บอกเพื่อนเลยด้วยซ้ำว่าเป็นวันเกิดตัวเอง…แต่วันนั้นเกิดรู้สึกหงุดหงิดใจว่า ทำไมเพื่อนไม่ค่อยให้ความร่วมมือในการทำงานกับหัวหน้าห้องอย่างอิฉันเลย ซ้ำร้ายเวลาเลิกเรียน ก็ออกจากห้องเรียนไปเรียนห้องต่อไป ทิ้งให้อิฉันทำเวรเก็บโต๊ะอยู่คนเดียว ทำไปก็โมโหไปร้องไห้ไป ถึงขนาดไม่อยากเข้าเรียนชั่วโมงต่อไปอีก (จำได้ว่าเป็นชม.ครูเล็ก) เพราะโกรธเพื่อนทั้งห้องมาก…แต่ความที่เป็นเด็กเรียนไม่เคยขาด และไม่อยากให้เพื่อนเห็นว่าหัวหน้าห้องอ่อนแอ เพราะยังฝังใจเมื่อสมัยเรียนม.ต้น ที่สังคมเพื่อนสมัยนั้นต่างชิงดีชิงเด่นทำร้ายอิจฉากัน

เดินไปที่ห้องเรียนด้วยใจคุกมาก มากเพื่อนแต่ละคนตาแทบจะขวาง …จู่ๆ เพื่อนอีกกลุ่มก็เดินมาข้างหลัง หอบของใหญ่มากๆ ที่ห่อกระดาษสีน้ำตาลมาวางให้ตรงหน้า แล้วยิ้มบอกว่า

“สุขสันต์วันเกิดนะ หัวหน้าห้อง”

…ข้างในเป็นภาพวาดที่คุณนัท ปกรณ์ วาดให้ส่วนใหญ่ เป็นภาพการ์ตูนของแก๊งส์เพื่อนสนิท และมีข้อความอวยพรของเพื่อนทุกคนและครูในห้องเขียนลงในภาพนั้น ใส่กรอบติดกระจกอย่างดี

ถึงได้รู้ว่า ที่เพื่อนๆจงใจทำให้เราโกรธในชั่วโมงที่แล้ว ปล่อยให้เราทำเวรคนเดียว ก็เพื่อถ่วงเวลาไปเอาของขวัญชิ้นนี่มาให้ แล้วทำให้เซอร์ไพรส์ให้กับเรา

…ตอนนั้นเลยไม่รู้จะโกรธ ร้องไห้ หรือดีใจดีกันเนี่ย XD เพราะเกิดมาไม่เคยมีคนมาเซอร์ไพร์สวันเกิดให้เลย…

ขอบคุณเพื่อนๆมากสำหรับของขวัญวันเกิดชิ้นนี่”

การเรียนศิลปะแบบสมัยก่อนไม่ง่ายเลย

การเรียนศิลปะแบบสมัยก่อนไม่ง่ายเลย

ผมเริ่มรู้สึกว่าทุกวันนี้เทคโนโลยีทำลายงานศิลปะแบบทางตรง ด้วยความที่มันสะดวก ง่าย ไม่ซับซ้อน ซึ่งแน่นอนมันทำให้คนสร้างงานนั้นไม่ขยัน ไม่มีความเป้นศิลปินเหมือนแต่ก่อน ที่เรายังถือกระดานกับกระดาษปรู้ปหนีบติดกัน โดยในกระเป๋าจะมีปากกาซากุระ ดินสอวาดรูปเบอร์ต่างๆ ยางลบ นิตโต้ เพราทุกวันนี้แค่เป้นการจับวางตำแหน่งแล้วพิมพ์หรือปริ้นเอา ซึ่งยอมรับว่าง่าย เร็ว ถูกกว่าการวาดด้วยมือ แต่คุณค่าทางจิตใจของผู้สร้างงานไม่ค่อยมีค่าเท่าไหร่นัก เมื่อก่อนกว่าจะได้วิธีการวาดรูปแบบนั้นแบบนี้เราเสียกระดาษไปไม่รู้เท่าไหร่ หากวาดผิดนิดเดียวก็แก้ไขอะไรไม่ได้ ต้องทำให้ออกมาดีที่สุด คุณค่าทางจิตใจนั้นมีมาก

วาดภาพล้อเลียนกัน เอาคาแรคเตอร์ของเพื่อนมาวาดเล่นกัน ดูในลิ้งค์นี้ครับ ครูเล็กลงให้ http://www.facebook.com/photo.php?fbid=191260797666014&set=t.1396620170&type=3&theater

เป็นรูปที่ผมวาดล้อเลียนเพื่อนๆในห้องเรียน ใช้เวลานานมากกว่าจะได้รูปนี้มาใส่กรอบสวยๆ

เป็นรูปที่ผมวาดล้อเลียนเพื่อนๆในห้องเรียน ใช้เวลานานมากกว่าจะได้รูปนี้มาใส่กรอบสวยๆ

ดังนั้นถ้าจะเอาดีทางนี้ต้องตามระบบเครื่องมือเทคโนโลยีให้ทันกับโลก ส่วนการเรียนศิลปะนั้นแค่เป็นพื้นฐานประกอบ พอตำราการสอนเด็ก ควรจะเปลี่ยนแปลงได้แล้วอ่านมาท่องแบบนกแก้ว นกขุนทอง มันหมดยุคแล้วสมัยก่อนงานศิลปะต้องเด็กที่มาจากสถาบันศิลปะเท่านั้นถึงจะทำได้ทุกวันนี้ กรรมกรก่อสร้าง แบกปูน เล่นคอมเป็น ก็ ทำได้แล้วและทำได้ดีด้วย ถ้าเรามีใจกว้างมองโลกไม่อิจฉาอย่ามองข้าม คนยุคใหม่ในห้างสรรพสินค้า ร้านที่ทำงานศิลปะเช่นงานทำป้ายโฆษณาเด็กทำงานไม่เคยเรียนศิลปะมาเลยแต่เรียนคอมมาเท่านั้นทุกวันนี้หรือต้นแบบงานคัตเอ้าท์ใหญ่ๆช่างเขียนได้เลิกอาชีพไปหมดแล้ว ตายไปกับยุคสมัยเสมือนเครื่องพิมพ์ดีด โอลิมเปีย ที่หมดสมัยแล้วเสมือนกล้องที่เลิกใช้ฟิมล์มาเป็นแบบ ดิติจอลซะแล้ว

ความสนุกของการเรียนศิลปะในสมัยของผมอยู่ในโลกที่น่าอยู่มากโดยตอนนั้นเทคโนโลยียังไม่มาก การทำงานจึงลำบากมาก ทำให้เราได้รู้คุณค่าของการสร้างงานศิลปะ จึงอยากให้คนรุ่นหลังได้รู้ว่าควรให้คุณค่ากับการลงมือทำ ลงมือฝึกอย่างจริงจัง

เด็กศิลป์ยุคของผมเป็นยุคที่ลำบาก แต่คุ้มค่ามากกับชีวิตตอนนี้ของผม

เด็กศิลป์ยุคของผมเป็นยุคที่ลำบาก แต่คุ้มค่ามากกับชีวิตตอนนี้ของผม


Tags: , , , , , , , , , , ,
1 Star2 Stars3 Stars4 Stars5 Stars (No Ratings Yet)
Loading...

One Response to “เทคโนโลยีทำลายศิลปะ”

  1. manny says:

    ยุคนี้ผมยังชอบอะไรทำมืออยู่เหมือนกัน แฮะๆ

Leave a Reply