28 May 2014ผลกระทบอาชีพนักดนตรีในช่วงรัฐประหาร

ในช่วงที่บ้านเมืองยังวุ่นวาย หลายปัญหาที่ยังไม่จบ การเมือง เรื่องต่างๆที่ยังคงต้องแก้กันไป เพราะด้วยกับความเชื่อมั่นของคนในและนอกประเทศเริ่มไม่มั่นใจว่าเศษฐกิจจะเป็นอย่างไรต่อไปในอนาคต ทำให้คนจำนวนไม่น้อย เริ่มต้องประหยัดค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิต เพราะความระแวงในเรื่องนี้เมื่อมีรัฐประหารแล้วนั้น ยิ่งทำให้คนในและนอกประเทศกลัวการเปลี่ยนแปลงที่สุดโต่งแบบนี้ ปรับตัวกันไม่ทัน

แล้วคนในประเทศที่ประกอบสัมมาอาชีพเลี้ยงตัวเองจะใช้ชีวิตยังไงต่อไป หลากหลายอาชีพในประเทศเรานั้นมีมากมาย มีทั้งงานประจำ ฟรีแลนด์ งานพิเศษ งานเสริมต่างๆ เมื่อมีปัจจัยทางการเมืองเข้ามาแน่นอนว่าต้องได้รับผลกระทบที่หนักและรุนแรงมาก จนตั้งตัวไม่ทัน บางคนมีงานน้อยอยู่แล้วก็น้อยลงไปอีก หรือคนที่มีอยู่ก็ไม่เหลืองานเลยก็มี ดังนั้นปัจจัยด้านการจ้างงานจึงลดลง เพราะปัญหาเกิดจาก เศษฐอยู่ในช่วงขาลง แล้วก็ยังมาเกิดการรัฐประหาร ผมจะไม่ฟันธงหรือตีความว่ามันถูกหรือผิด แต่ผมจะพูดถึงแรงกระทบเต็มๆของสถานการณ์ตอนนี้ที่เกิดขึ้นแล้ว และได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง จนไม่สามารถประเมินค่าความเสียหายได้

IMG_0297

โดยวันนี้จะมาเล่าให้ฟังในมุมมอง และผลกระทบที่อาชีพ นักร้องนักดนตรี งานแสดงที่ต้องเจอกันในช่วงที่เกิดรัฐประหาร ให้ชมกันครับ

1. การประกาศเคอร์ฟิว ทำให้ปิดร้านเร็ว ซึ่งพอประกาศออกมาปุ๊ป อาชีพนักดนตรี นักร้องโดนกันถ้วนหน้า จากร้านเปิด 17.00 น. ถึง 1.00 น. ก็กลายเป็นต้องปิดร้านเร็วขึ้นไม่เกินสี่ทุ่ม แต่บางร้านก็ปิดร้านไปเลย บางร้านประคองตัวด้วยการเปิดร้านปิดสี่ทุ่ม เปิดแต่เพลง ไม่จ้างวงดนตรีในช่วงนี้ แม้จะเลื่อนเวลาขึ้นมาเป็น 00.00น. – 4.00น. แล้วก็เถอะ วงดนตรีลดลง ร้านเลือกที่จะไม่ใช้วงดนตรีในช่วงนี้ หรือมีน้อยมาก หรือไม่มีเลยก็มีครับ

2. ลูกค้าไม่มั่นใจในความปลอดภัยจึงไม่กล้าออกมาฟังเพลง แน่นอนครับว่าเมื่อเกิดความมั่นใจในการออกมาข้างนอกของประชาชน นั่นก็หมายถึงหายนะของร้านรวงต่างๆที่เปิดร้านแล้วจ้างวงดนตรี เพราะเมื่อไม่มีคนเข้าร้านไม่มีคนออกมาใช้จ่ายร้านจะอยู่ได้อย่างไรก็ต้องปิดตัวลงไปทีละร้านสองร้าน จนไม่เหลือให้นักดนตรีมีที่ทำมาหากิน ถ้ามีร้านก็จะแย่งกันออดิชั่นกันเข้าไปเล่นในนั้น การแข่งขันที่มีสูงอยู่แล้วในวงการนักดนตรีอาชีพ พอยิ่งเกิดเหตูการณ์แบบนี้ขึ้นยิ่งมีการแข่งขันที่สูงขึ้นไปอีก เช่นการแย่งงาน การตัดราคา ชิงดีชิงเด่นให้อยู่รอดเป็นเรื่องที่ผมและคนในวงการนักดนตรีอาชีพกลัวมาก จึงเป็นเรื่องหนึ่งที่น่าวิตกมากครับ

IMG_3889

3. กิจกรรมงานบันเทิงต่างๆโดนยกเลิก หรือเลื่อนไปแบบไม่มีกำหนด นั่นก็เป็นสิง่ที่นักดนตรีอีเว้นท์ นักดนตรีงานแต่งงาน นักดนตรีงานนอกทั้งหลายเจอกันหนักเลยทีเดียว กิจกรรมส่งเสริมยอดขายของสินค้า ห้างร้านต่างๆชะลอตัว ตัดงบนี้ออกเพื่อความอยู่รอด แต่นักดนตรีอาชีพนี้ก็ไม่รอดเช่นกัน จะเห็นได้ว่าพอขาดความเชื่อมั่นอะไรซักอย่างในประเทศนั้นมั่นส่งผลการทบต่อการงานและอาชีพสายบันเทิงแบบเต็มๆ ทำให้สายพานของงานด้านนี้จะตายกันเป็นทอดๆไป ซึ่งจุดนี้ต้องบอกเลยว่าเรายังไม่รู้ว่ามันจะจบลงเมื่อไหร่ แต่เชื่อว่าเราต้องหาทางให้อยู่รอด ไม่วันใดวันนึงมันจะสงบลงกว่านี้

4. เป้นช่วงที่นักดนตรี นักร้องหางานลำบากมากที่สุด พอไม่มีร้านจ้าง รายได้ก็หด เพราะยิ่งนานวันขึ้นคนก็จะยิ่งไม่จับจ่าย ใช้เงินในส่วนที่จำเป็นเท่านั้น อีกทั้งค่าครองชีพที่สูงขึ้น นักดนตรีต้องมีค่าใช้จ่ายเช่น ค่าห้องซ้อมดนตรี ค่าเดินทาง ค่าดูแลรักษาเครื่องดนตรี ค่าอาหาร ค่าที่พัก ผ่อนสินค้าต่างๆ ค่ามือถือ สารพัดรายจ่ายที่ประดังเข้ามา แต่รายได้ไม่มีเข้านั่นก็หมายถึงยุคมืดของอาชีพนักดนตรีอาชีพเลยก็ว่าได้ พอรายจ่ายเริ่มลด งานสังสรรค์ก็ลด งดไม่ไป ซึ่งเป็นการยากที่จะกลับมาเป็นเหมือนเดิม มันยิ่งกว่าการเริ่มต้นนับศูนย์ซะด้วยซ้ำ ในรายของนักดนตรีนักร้องที่มีอาชีพเสริมอย่างอื่นก็ดีไปพอประคองตัวได้ แต่ในรายที่ใช้อาชีพนี้อาชีพเดียวเลี้ยงตัวอันนี้เจ็บหนักสุดๆ

5. นักร้องนักดนตรีต้องขายอุปกรณ์ เครื่องดนตรีของตัวเองเพื่อเลี้ยงชีพ คงเป้นทางออกที่สุดท้ายที่จะทำให้ชีวิตนักนตรีอยู่รอดได้ในยุคนี้ การขายเครื่องมือหากินเป็นวิธีแก้ขัดในช่วงนี้ หรือระยะหนึ่งด้วยซ้ำในช่วงที่ไม่มีงานเข้า การขายของทำมาหากินโดยเฉพาะเครื่องดนตรีต้องทำใจนะครับว่า คนอาจจะไม่ค่อยซื้อ หรือถ้าซื้อก็ได้ราคาที่ถูกมากๆ โปรดทำใจให้มาก เพราะเศษฐกิจแบบนี้ใครก็ต่างเก็บเงิน ไม่ค่อยจับจ่ายกัน การจะซื้ออะไรจึงต้องเลือกก่อนว่าจะเป็นมั้ย แล้วการขายเครื่องดนตรีในตอนนี้ถ้าอยากได้เงินใช้ต้องทำใจกับของที่ขายกับราคาที่ถูกลงถึง 40% เลยก็ว่าได้ ทำใจ ทำใจ ทำใจ ครับ

735634_10152005694815143_4549748349154723696_o

6. พอนักดนตรีไม่มีรายได้ก็อาจจะกระทบถึงร้านขาย ร้านซ่อมเครื่องดนตรีที่ขาดรายได้ พออาชีพนี้ขาดรายได้ในการเล่นดนตรีแน่นอนอีกเช่นเดิมครับว่ารา้นขาย ร้านซ่อมเครื่องดนตรีก็เละเหมือนกันยอดขายตก ไม่มีนักดนตรีกล้าควักเงินจ่ายเหมือนแต่ก่อน การเอาชีวิตให้รอดในช่วงรัฐประหารเป็นอะไรที่อาชีพนักดนตรีต้องฝ่าไป ถ้าคิดให้ดีก็มีหาชีพอื่นที่ได้รับผลกระทบด้วยเล่นกัน หากความเชื่อมั่นไม่มี โดยอาชีพที่มีความสัมพันกับนักดนตรีคือ ร้านขายเครื่องดนตรี ร้านซ่อมเครื่องดนตรี ห้องซ้อมดนตรี โรงเรียนสอนดนตรี ร้านขายของเกี่ยวกับดนตรี ต่างๆ ก็ได้รับผลการทบเป็นหางว่าวเลยก็ว่าได้ไม่สิ้นสุด

7. ไม่มีความแน่นอนในงานที่สามารถมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ช่วงนี้นอกจากจะยกเลิกงานแสดงดนตรีแล้ว การเปลี่ยนแปลงที่กระทันหัน คิวงานก็ไม่แน่นอน สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ทำให้นักดนตรีปวดหัวได้เช่นกันเมื่อมีประกาศจากทหารที่เราต้องทำตาม ซึ่งไม่ว่าจะออกมายังไง อาชีพนักดนตรีก็ได้รับผลกระทบไม่มาก ก็มากกว่า จึงต้องทำใจกับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ด้วยที่สถานการณ์ไม่น่าไว้ใจ ผู้จ้างงานก็ต้องปรับเปลี่ยนปรับแผนให้เข้ากับช่วงเวลานั้นๆเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงอะไรเกิดขึ้น เพราะมันผิดกฏหมายหากมีการฝ่าฝืน จึงเอาแน่เอานอนไม่ได้ เพราะเราต้องคำนวนการเดินทางว่าเสี่ยงมั้ย มีอันตรายหรือไม่ ต้องวางแผนและเตรียมพร้อมกับการปรับตัวตลอดเวลา

IMG_4894

8. การจำกัดเวลาในการเปิดปิดร้านนั้นเป็นสิ่งที่นักดนตรีอาชีพไม่สามารถทำงานได้ตามปรกติ เราอาจจะได้ช่วงหัวค่ำก็ดีหน่อย แต่ในรายของวงช่วงดึกโดนยกเลิกทั้งหมด ขาดรายได้แน่นอน จะไปหาร้านเล่นก็ไม่มีในช่วงนี้ สิ่งที่จะเลี้ยงชีพได้คือต้องหางานเสริมทำ รอจังหวะที่สถานการณ์ดีกว่านี้แล้วกลับมาทำงานได้เหมือนเดิม ความเสียหายตรงนี้มันเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ต้องเจอกันหมด จึงต้องทำตัวให้นิ่ง หาจังหวะให้ดีก่อนออกไปไหน พยายามไม่ใช้เงิน เพราะช่วงนี้พอคนจ่ายน้อยลง ร้านก็ไม่กล้าจ้างวงดนตรีมาส่งเสริมยอดขายแน่นอน จนกว่าสถานการณ์จะปรกติ

9. ถ้าหากยังมองในแง่ดีหน่อย ก็คิดเอาซะว่าเป็นช่วงที่ได้ซ้อมดนตรี แกะเพลง เรียนรู้อะไรใหม่ๆ หาอะไรทำในช่วงที่ว่างเว้นจากงานที่ไม่มี เอาเวลาศึกษาเยอะ รับมือกับงานในอนาคตซึ่งไม่แน่นอน อ่านหนังสือ ออกกำลังกาย ทำอะไรที่มีประโยชน์ ใช้เงินอย่างประหยัด เผื่อได้ไอเดียทำอะไรใหม่ๆ เพราะมองแบบวงกว้าง ช่วงนี้ไม่ใช่เฉพาะนักดนตรีร้านอาหารจะได้รับผลกระทบเพียงอย่างเดียว วงดนตรีงานแต่ง วงดนตรีงานเลี้ยง อีกทั้งงานแสดงของ ศิลปินต่างๆก้โดนยกเลิก คอนเสิร์ตต่างๆก็ เลื่อนหรือยกเลิกตามๆกัน ซึ่งเป็นวงกว้างมากหากพูดถึงความเสียหายตรงนี้

10. ไม่มีหน่วยงานไหนออกมาช่วย อาชีพนักดนตรีจึงต้องช่วยเหลือตัวเองให้รอดจากเหตุการณ์นี้ งานเลี้ยง งานสังสรรค์ งานมงคล ไม่มีใครกล้าเสี่ยงจัดในช่วงนี้ เรื่องงานเล่นแทนก็คงไม่มี นักดนตรีหลายคนก็ต่างต้องการความอยู่รอดให้ผ่านตรงนี้ไปให้ได้ บางร้านปิดตัวชั่วคราวรอสถานการณ์ จนนักดนตรีไม่มีงานให้เล่น ในเมื่องานที่น้อยลง ปรากฏการณ์นี้ทำลายวงการนักดนตรีอาชีพมากมายแน่นอน อาชีพที่สร้างความไพเราะ อาชีพที่ให้ความบันเทิง จะน้อยลง เพราะความไม่แน่นอนของสถานการณ์บ้านเมืองที่ไม่นิ่ง จงรักษาตัวรอดในช่วงนี้ให้ได้ ผมเป็นกำลังใจให้ทุกท่านฝ่าไปได้ ในฐานะนักดนตรีอาชีพที่ได้รับผลการทบก็เอาใจช่วยครับ


Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,
1 Star2 Stars3 Stars4 Stars5 Stars (2 votes, average: 5.00 out of 5)
Loading...

Leave a Reply